ขนมจีนน้ำยาปลาช่อน สูตรใส่ปลาเค็มกลิ่นหอมรสเข้มข้นอร่อยลืม

ขนมจีนน้ำยาปลาช่อน

ขนมจีนน้ำยาปลาช่อน สูตรอาหารจานเดียว

ขนมจีนน้ำยาปลาช่อน สีสวยหอมเครื่องแกงรสจัดจ้าน เพิ่มลูกชิ้นปลาแน่น ๆ แค่หม้อเดียวก็อิ่มทั้งบ้านแล้ว

เนื่องจากยังมีขนมจีนเหลืออีกเยอะ จึงอยากทำเมนูขนมจีนน้ำยากะทิ แต่ขอบายเมนูน้ำยากะทิปลานิลกับน้ำยากะทิปลาทูเพราะทำบ่อยแล้ว ขอลองเปลี่ยนมาทำเมนูน้ำยากะทิปลาช่อนบ้างดีกว่า กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำขนมจีนน้ำยาปลาช่อน สูตรจาก คุณ tukata001 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (ครัวตุ๊กตา) ใส่ปลาเค็มกับน้ำพริกแกงตำเอง พ่วงลูกชิ้นปลา เพิ่มความหอมจากใบมะกรูด แกล้มกับผักสด ถ้าให้กินทั้งสามมื้อก็ไม่มีเบื่อแน่นอน

ส่วนผสม น้ำยาปลาช่อน
-ปลาช่อน 1 ตัว
-น้ำเปล่า
-พริกแห้งเม็ดใหญ่ และเม็ดเล็ก 1 ถ้วย
-ตะไคร้ 4 ต้น
-ข่า 2 ช้อนโต๊ะ
-หอมแดง 10 หัว
-กระเทียม 1 หัวใหญ่
-ขมิ้น 1 หัวแม่มือ
-กระชาย 1 ถ้วย
-ผิวมะกรูด 1 ช้อนชา
-กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ
-ปลาอินทรีเค็ม 1 ชิ้น
-กะทิ 1 กระป๋อง
-น้ำปลา 3-4 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
-ลูกชิ้นปลา 300 กรัม
-ใบมะกรูด

วิธีทำน้ำยาปลาช่อน

► ล้างทำความสะอาดปลาช่อน หั่นครึ่งเพื่อสะดวกในการต้ม เสร็จแล้วตั้งน้ำเปล่า เปิดไฟ ใส่ปลาลงไปตอนน้ำยังไม่เดือด พอน้ำเริ่มเดือดใส่เครื่องแกงทั้งหมดลงไป ได้แก่ พริก ตะไคร้ ข่า หอมแดง กระเทียม ขมิ้น และกระชาย ยกเว้นกะปินะคะ จากนี้ก็ต้มให้เดือด และรอจนปลาสุกดี
► เมื่อปลาและเครื่องแกงสุกดี นำมากรอง แยกเนื้อปลา และเครื่องแกงออก เอาปลานำมาแกะเอาแต่เนื้อปลา หนังไม่เอานะคะ ส่วนเครื่องแกงเราจะนำไปตำหรือปั่นก็ตามชอบ ในสูตรใช้การปั่นให้ละเอียด
► ระหว่างปั่นหรือตำ จะใส่ผิวมะกรูดและกะปิลงตำหรือปั่นพร้อมกันนะคะ จะเห็นว่าผิวมะกรูดของตาจะแปลก ๆ ตานำมาจากเมืองไทยเลยค่ะ สำหรับตำเครื่องแกงโดยเฉพาะเลย แม่ทำให้โดยปอกเปลือกแล้วปั่นใส่ถุงพลาสติก แช่ช่องแข็งนำมาอเมริกาด้วยค่ะ เลยได้ทำพริกแกงกินเองจะหอมมาก


► ระหว่างปั่นหรือตำ ให้นำเนื้อปลาช่อนที่แกะก้างออกมาใส่รวมกับพริกแกง จะตำหรือปั่นก็ได้ สำหรับใครที่ใช้เครื่องปั่นนะคะ ปั่นให้ละเอียดตามชอบ สำหรับน้ำที่ต้มเครื่องสมุนไพรอย่าทิ้งนะคะ นำมาต้มต่อโดยใส่ปลาเค็ม ต้มประมาณ 3-5 นาทีจนส่งกลิ่นหอม กรองเอาปลาเค็มออกไป และนำเครื่องแกงที่ปั่นใส่ลงไป ตั้งไฟให้เดือด
► เมื่อเครื่องแกงเดือด เติมกะทิ 1 กระป๋อง ลงไปเลยค่ะ คนให้เข้ากันดี ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมรสตามที่เราต้องการ


► สำหรับเส้นขนมจีนหาไม่ยากในอเมริกาค่ะ เป็นเส้นแห้ง (ดูรูปภาพ) หาซื้อได้ง่ายตามร้านเอเชียค่ะ สำหรับส่วนตัว ชอบเส้นที่มาจากเกาหลี (ดูรูปภาพ) เส้นเหนียวนุ่มเหมือนเส้นขนมจีนบ้านเราเลยค่ะ ต้มง่าย แค่ 3 นาทีก็สุกค่ะ
► น้ำยาปรุงรส เคี่ยวให้เดือด ใส่ลูกชิ้นปลาตามชอบ ฉีกใบมะกรูดใส่ด้วยจะหอมมากเลยค่ะ เรียบร้อยแล้วพร้อมเสิร์ฟค่ะ


► ขนมจีนอร่อยกินได้ทั้งวัน

ถ้ากินน้ำยาปลาช่อนหมดหม้อแบบไม่แบ่งใครจะผิดไหม ต่อให้เส้นขนมจีนหมดกินกับเส้นก๋วยเตี๋ยวหรือราดข้าวก็ยังอร่อย เอาล่ะ… มาพิสูจน์ความอร่อยกันเลยจ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

โจ๊กหมูทรงเครื่อง วิธีทำโจ๊ก อาหารเช้าย่อยง่าย พร้อมเคล็ดลับความอร่อย

โจ๊กหมูทรงเครื่อง

โจ๊กหมูทรงเครื่อง ถ้วยนี้แล้วอยากบอกว่านี่เป็นโจ๊กในฝันเลยล่ะ

โจ๊กหมูทรงเครื่อง เกิดมาจนป่านนี้ยังไม่เคยเจอโจ๊กหน้าตาแบบนี้เลย อะไรจะครบเครื่องปานนั้น แต่ไม่เป็นไรทำเองก็ได้เนอะ มาพบกับโจ๊กหมูทรงเครื่องสูตรจากเฟซบุ๊ก กินดี อยู่ดี By เนรัญชลา มาพร้อมสูตรข้าวโจ๊ก หมูบดหมัก น้ำซุป เครื่องเคราแน่นไม่เหม็นคาว หน้าตาดูดี๊ดูดีเนอะ พรุ่งนี้เช้าเจอกัน !

ส่วนผสม เครื่องในสำหรับใส่โจ๊ก

– ตับหมู 300 กรัม
– เซี่ยงจี๊ 300 กรัม
– ไส้อ่อน 500 กรัม
– กระเพาะหมู
– แป้งมันสำปะหลัง
– น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ
– เกลือป่น
– ขิงแก่ทุบ 1 ท่อน

ส่วนผสม หมูบดหมัก

– หมูบด 600 กรัม
– กระเทียมจีนแกะเปลือก 10 กลีบ
– พริกไทยขาว 40 เม็ด
– ซีอิ๊วขาว (สูตร 5) 2 ช้อนโต๊ะ
– น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
– เบกกิ้งโซดา 1/2 ช้อนชา

ส่วนผสม น้ำซุป

– น้ำเปล่า 12 ลิตร
– กระดูกหมูคาตั๊ง ทุบให้หักครึ่ง 4 ท่อน
– รากผักชี 5 รากใหญ่
– ขิงแก่ (น้ำหนักชิ้นละ 50 กรัม) 2 ชิ้น

ส่วนผสม หมี่กรอบสำหรับโรยหน้า

– เส้นหมี่ขาวอบแห้ง
– น้ำมันพืช

ส่วนผสม ข้าวโจ๊ก

ปลายข้าวหอมมะลิใหม่ 450 กรัม (แต่วันนี้ดิฉันใช้เป็นข้าวกล้องปั่นหยาบ ๆ นะคะ)
น้ำซุป 30 ถ้วยตวง
เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงน้ำก๋วยเตี๋ยว ซองสีเขียวอ่อน 4 ช้อนโต๊ะ (ยี่ห้อไปตามหาเอาที่ตลาดและซูเปอร์มาร์เกตเอานะคะ)
หมูบดปรุงรสที่เตรียมไว้

เครื่องเคียงอื่น ๆ

ต้นหอมซอย
ขิงซอย
ไข่ลวก
พริกไทยป่น

วิธีเตรียมเครื่องในสำหรับใส่โจ๊ก

1. แล่ตับให้เป็นชิ้นบาง ๆ นำไปคลุกเคล้ากับแป้งมันสำปะหลัง (สัดส่วนโดยประมาณคือ ตับ 300 กรัม ต่อแป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะพูน) ขยำให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 30 นาทีแล้วนำมาล้างแป้งออกให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปลวก

2. นำเซี่ยงจี๊มาผ่าครึ่งตามยาว ใช้ปลายมีดเลาะเอาพังผืดสีขาวด้านในออก ล้างให้สะอาด แล่เป็นชิ้นบาง ๆ นำไปคลุกเคล้ากับแป้งมันสำปะหลัง (สัดส่วนโดยประมาณคือ เซี่ยงจี๊ 300 กรัม ต่อแป้งมันสำปะหลัง 1 ช้อนโต๊ะพูน) ขยำให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 30 นาที แล้วนำมาล้างแป้งออกให้สะอาด จากนั้นจึงนำไปลวกรอไว้เช่นเดียวกันกับตับ หรืออาจจะทำความสะอาดให้เสร็จทีเดียว แล้วตั้งน้ำลวกพร้อม ๆ กันก็ได้ค่ะ

3. ไส้อ่อน ใช้สายยางสะอาดต่อกับก๊อกน้ำ สวมไส้อ่อนเข้ากับปลายสายยางด้านหนึ่ง บีบให้แน่นแล้วเปิดน้ำแรง ๆ เพื่อให้แรงดันน้ำชะล้างไขมันและความสกปรกออกมาจากไส้ จากนั้นบีบเอาน้ำออก ขยำไส้กับแป้งมันสำปะหลังและน้ำส้มสายชู (สัดส่วนโดยประมาณคือ ไส้อ่อน 1/2 กิโลกรัม ต่อน้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ และแป้งมันสำปะหลัง 5 ช้อนโต๊ะ) ขยำทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยวิธีใช้สายยางเหมือนครั้งแรกให้สะอาด จากนั้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ

4. ผ่าครึ่งกระเพาะหมูแล้วแบะข้างในออก ล้างน้ำเปล่าให้สะอาด จากนั้นใช้เกลือป่นขัดถูให้ทั่ว ตามด้วยการถูด้วยแป้งมันสำปะหลัง …

สูตรแซนด์วิช ทำกินเองง่ายๆ Trio with Apple Cider Mayo

สูตรแซนด์วิช

สูตรแซนด์วิช จับเนื้อไก่งวง แอปเปิ้ล

สูตรแซนด์วิช และ บรีชีสมาเป็นไส้แซนด์วิชที่ต้องลองแล้วจะรู้ว่าเข้ากัน

จ่ายตลาด

– แอปเปิลเขียว 1 ลูก
– เนื้ออกไก่งวงสไลซ์ 200 กรัม
– บรีชีส 200 กรัม
– มายองเนส 6 ช้อนโต๊ะ
– แอปเปิลไซเดอร์ 2 ช้อนโต๊ะ
– ขนมปัง Sourdough 6 แผ่น
– พริกไทยดำ

เส้นทางสู่ความอร่อย

– หั่นแอปเปิลเป็นชิ้นบางๆ เตรียมไว้ ผสมมายองเนสกับแอปเปิลไซเดอร์ คนให้เข้ากัน

– นำขนมปังไปปิ้งให้ร้อนแล้วทาด้วยส่วนผสมมายองเนสให้ทั่ว วางเรียงเป็นชั้นโดยเริ่มจากแอปเปิล บรีชีสหั่นบาง และเนื้ออกไก่งวงลงไป

– โรยด้วยพริกไทยดำเล็กน้อย นำขนมปังอีกแผ่นประกบลงไป

เคล็ดลับดีๆ ไม่มีเม้ม

ถ้าไม่ชอบขนมปัง Sourdough สามารถเปลี่ยนไปใช้ขนมปังชนิดอื่นได้ เช่น เชียบัตตา (Ciabatta)

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

อาหารควรทาน เพื่อคลายเครียด ลดความวิตกกังวล

อาหารควรทาน

อาหารควรทาน ความเครียดเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ง่าย

อาหารควรทาน ทั้งที่เจอกับปัญหาใหญ่ๆหรือเครียดเรื่องเล็กน้อยและสะสมไปเรื่อยๆวิธีคลายความเครียดนั้นมีมากมายหนึ่งในนั้นที่ได้รับความนิยมก็คือการทานอาหาร แต่ไม่ใช่อาหารทุกอย่างที่จะทำให้หายเครียด กังวลได้ต้องมีการเลือกอาหารที่สามารถบรรเทาโรควิตกกังวลเป็นอาหารที่บำรุงสุขภาพควรหลักเลี่ยงอาหารแปรรูปหรืออาหารที่ก่อให้เกิดโรคตามมา ลองหันมาเลือกอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนธัญพืชต่างๆที่ทั้งดีต่อร่างกายและคลายความเครียดได้ด้วย

1.ปลา

จัดว่าเป็นอาหารที่มีประโยชน์มากๆอย่างปลาทูน่าหรือปลาแมคเคอเรลซึ่งมีสารอาหารจำพวกโอเมก้า3ช่วยหลั่งสารอะดรีนาลีนเมื่อรู้สึกว่าหัวหมุน เวียนหัวเต็มไปด้วยวิตามินบี6และบี12ที่ช่วยเพิ่มสารความสุขแก่สมอง การทานปลาสามารถช่วยในเรื่องความจำได้ดีมากๆรวมไปถึงช่วยป้องกันโรคหัวที่เกิดจากความเครียดต่างๆได้ด้วย

2.ธัญพืช

อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่เช่น แมกนีเซียม แคลเซียมและโพแทสเซียมรวมถึงโปรจีนและไฟเบอร์ซึ่งสารอาหารเหล่านี้จะช่วยคลายความเครียดและความกังวลลงทำให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลายรวมถึงให้พลังงานจากการรักษาระดับน้ำตาลภายในร่างกายให้คงที่

3.กล้วยหอม

เป็นอาหารที่หาทานง่ายและอร่อยซึ่งกล้วยหอมถือเป็นอาหารที่ช่วยคลายความเครียดได้ดี เพราะเมื่อทานไปจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเซโรโทนินที่ช่วยให้เรารู้สึกใจสงบ ใจเย็นและลดระดับความเครียดลงรวมถึงช่วยลดความกระวนกระวายและอาการวิตกกังวลได้อีกด้วยนอกจากนี้ใครที่นอนไม่ค่อยหลับลองทานก่อนนอนจะช่วยให้ง่ายสบายตัวขึ้น

4.ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

มีหลากหลายชนิดอาทิเช่น สตรอเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่รวมถึงแบล็คเบอร์รี่และอื่นๆอีกมากมายซึ่งผลไม้เหล่านี้อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณดีและช่วยให้คลายความเครียดได้ หากเวลาเครียดลองเปลี่ยนจากขนมกรุบกรอบมาเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่แทนให้ทั้งประโยชน์และลดความเครียดได้

5.นมและโยเกิร์ต

อุดมไปด้วยแคลเซียมและวิตามินดีนอกจากจะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงแล้วยังเปนสารอาหารที่จำเป็นต่อระบบประสาทและมีทริปโตเฟนช่วยทำให้ใจสงบ อารมณ์เย็นขึ้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมักจะแนะนำให้ดื่มนมก่อนนอนทั้งบำรุงสมองและยังเป็นการผ่อนคลายสมอง

นอกจากอาหารทั้ง5ชนิดนี้แล้วยังมีอาหารอื่นๆที่ช่วยบำรุงสมองให้ผ่อนคลาย บรรเทาอาการเครียดไม่ว่าจะเป็นผักขมและบล็อกโคลี่ที่มีกรดโฟลิกสามารถช่วยคลายความกังวลได้ การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นวิธีสำคัญที่ช่วยลดการเครียดทั้งหากทำควบคู่กับวิธีอื่นๆอย่างการฟังเพลงสบายๆ การผ่อนคลายด้วยบรรยากาศดีๆก็จะลดอาการเครียดได้ดี

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

ยำหอยแครง เมนูเด็ดชวนน้ำลายสอ

ยำหอยแครงสด

ยำหอยแครงสด ไม่ว่าจะนำมาลวกหรือย่างก็อร่อยจิ้มกับ น้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ

ยำหอยแครงสด นำมาทำเป็นยำก็อร่อยเหมือนกัน นำหอยแครงสดๆ มาลวกให้พอสุก ยำกับสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้ซอยและเครื่องยำอีกมากมายพูดแล้วก็เปรี้ยวปากไปดูขั้นตอนการทำกันเลยดีกว่าค่ะ

ส่วนผสม

-หอยแครง 1 กิโลกรัม
-น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
-พริกแดงซอย ตามชอบ
-น้ำพริกเผา 2 ช้อนโต๊ะ
-หอมแดงซอย
-ตะไคร้ซอย
-มะม่วงน้ำดอกไม้สับ ครึ่งลูก
-ใบสะระแหน่

วิธีทำ

1.ลวกหอยแครงใช้เวลา 1 นาที หากอยากได้แบบสุกมากก็ลวกต่อเป็น 2 นาที เสร็จแล้วแกะหอยออกจากเปลือกวางพักไว้
2.ทำน้ำยำโดยใส่น้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทราย คนให้น้ำตาลละลาย
3.ใส่พริกแดงซอยปริมาณตามที่ต้องการ หากต้องเผ็ดก็เพิ่มได้ จากนั้นก็ใส่น้ำพริกเผา หอมแดงซอย ตะไคร้ซอยและมะม่วงสับ คลุกให้เข้ากันแล้วโรยด้วยใบสะระแหน่

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com

ข้าวมันไก่ แบบไม่ตบไก่พร้อมสูตรน้ำจิ้มข้าวมันไก่รสเด็ด

ข้าวมันไก่

ข้าวมันไก่ ฉบับไม่ตบตีไก่จ้า

ข้าวมันไก่ โดย คุณ maekwansri สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม (#maekwansri)

บ้านพี่ไม่นิยมตบไก่ เพราะเวลากินไก่จะได้เต็มปากเต็มคำ ส่วนน้ำจิ้มลองใช่มิโซะของญี่ปุ่นแทนเต้าเจี้ยว เนื้อเนียนนุ่ม รสกลมกล่อม มันใช่เลย

ไก่ต้ม


ส่วนผสม ไก่ต้ม

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ อกไก่ สะโพกไก่
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ขิงบุบ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ รากผักชีบุบ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ กระเทียมบุบ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เกลือ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ เม็ดพริกไทยดำ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำเย็นจัด

วิธีทำไก่ต้ม

1. ต้มน้ำ ใส่ขิงบุบ รากผักชีบุบ กระเทียมบุบ และเกลือ ต้มให้น้ำเดือดจัด ๆ
2. ใส่ไก่ลงไปต้ม ตักฟองออกให้หมด หรี่ไฟเป็นไฟอ่อน ต้มไก่ต่อประมาณ 30 นาที
3. ตักไก่แช่ในน้ำเย็นจัด เพื่อไม่ให้ไก่สุกเพิ่มขึ้น เมื่อเนื้อไก่เย็นแล้วพักไก่ให้สะเด็ดน้ำ
4. หั่นไก่ใส่จานขนาดตามชอบได้เลย

ข้าวมัน

ส่วนผสม ข้าวมัน

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ข้าวหอมมะลิ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ขิงซอย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ กระเทียมสับ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำมัน
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำซุปไก่

วิธีทำข้าวมัน

1. ล้างข้าวสารให้สะอาดพักให้สะเด็ดน้ำ
2. ผัดขิงซอยกับกระเทียมสับให้หอม ใส่ข้าวสารลงไปผัดให้เข้ากันและมีกลิ่นหอม
3. ตักข้าวสารใส่หม้อหุงข้าว เติมน้ำซุปไก่ลงไประดับน้ำเหมือนหุงข้าวปกติจนข้าวสุก

น้ำจิ้ม

ส่วนผสม น้ำจิ้ม

​​ ​​​​ ​​​​​​•​ มิโซะ หรือเต้าเจี้ยว
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำตาลทรายแดง จะได้สีสวย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำส้มสายชู หรือมะนาว
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ ขิงหั่นเต๋าเล็ก ๆ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ กระเทียมสับ
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ พริกขี้หนูซอย
​​ ​​​​ ​​​​​​•​ น้ำต้ม

วิธีทำน้ำจิ้ม

1. ผสมมิโซะ น้ำตาลทรายแดง และน้ำส้มสายชู ผสมให้เข้ากัน
2. ใส่ขิง กระเทียม และพริก เติมน้ำต้มเล็กน้อยลงไป คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

ขนมปังทูน่า เป็นเมนูประยุกต์ที่มีความเก๋ไก๋

ขนมปังทูน่า

ขนมปังทูน่า สำหรับการใช้ชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน

ขนมปังทูน่า นั้นเรียกได้ว่าเป็นสังคมแห่งความเร่งรีบ ยิ่งในโลกของการทำงานด้วยแล้ว ทุกอย่างต้องทำงานแข่งขันกับเวลาแทบทุกนาทีกันเลยทีเดียว รวมไปถึงอาหารเช้าที่ต้องเร่งด่วนตามไปด้วย ทำให้หลายๆ คนอาจละเลยไม่ได้ทานอาหารเช้า หรือต้องเลือกอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดทานกันเป็นประจำทำให้เกิดผลเสียในระยะยาวได้นะคะ

และสำหรับในมื้อเร่งด่วนอย่างอาหารเช้านี้ เมนูที่ทำได้เองง่ายๆ ที่บ้าน แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย วันนี้ขอแนะนำเมนูนี้เลยค่ะ แซนวิชทูน่า แล้วถ้าจะให้ดีลองเปลี่ยนจากขนมปังขาวธรรมดามาเป็นขนมปังโฮลวีทดูนะคะ เพื่อเป็นการเพิ่มกากใยหรือไฟเบอร์ที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราดีขึ้น

ประโยชน์ของอาหารเช้าอย่าง แซนวิชทูน่า

– ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น
– ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง
– เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่
– ห่างไกลจากโรคไขมันในเส้นเลือดอุดตัน
– มีโอเมก้า3 ช่วยบำรุงประสาท และพัฒนาสมอง

เทคนิคการทำแซนวิชทูน่าแบบง่ายๆ

– ขั้นแรกเลยก็เตรียมส่วนผสมต่างๆ ให้เรียบร้อย ได้แก่ ขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังขาวทั่วไป, ปลาทูน่า (แนะนำว่าเลือกแบบในน้ำเกลือนะคะ เพราะไม่อ้วนค่ะ), มายองเนส (เลือกสูตรไขมันต่ำนะคะ), มะนาว และผักต่างๆ

– หั่นขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังขาวทั่วไป เป็นรูปสามเหลี่ยมพอดีคำ

– เริ่มจากนำเนื้อปลาทูน่ามายีให้เข้ากัน บีบมะนาวลงไปหน่อย เพื่อดับกลิ่นคาวของทูน่าและให้รสชาติกลมกล่อมขึ้น

– จากนั้นราดมายองเนสไขมันต่ำลงไป แล้วคลุกเคล้าส่วนผสมต่างๆ ให้เข้ากัน

– แล้วนำมาทาบนขนมปังโฮลวีทที่เตรียมไว้ โดยอาจใส่ผักกาด หรือมะเขือเทศให้ดูสวยงาม (สำหรับคนชอบรับประทานผัก)

– ง่ายๆ แค่นี้ก็จะได้แซนวิชทูน่าแสนอร่อยรับประทานกันแล้ว

ซึ่งบางคนคิดว่าอาหารเช้าเป็นมื้อที่ไม่สำคัญ มักมองข้ามและคิดว่ารอทานมื้อเที่ยงทีเดียวเลยดีกว่า ซึ่งนั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์เลยทีเดียวนะคะ เพราะอาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งนอกจากจะทำให้สมองแจ่มใสแถมยังมีเรี่ยวแรงในการทำงานให้ไอเดียบรรเจิด แล้วยังสามารถควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วยเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ทานอาหารเช้าอีกด้วยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.ifit4health.com

แกงป่าหมู อาหารไทย อาหารพื้นบ้าน เมนูแกง ง่ายๆ พร้อมวิธีทำ

แกงป่าหมู

แกงป่าหมู คือ อาหารไทย เมนูหมู แกงพื้นบ้าน รสชาติจัดจ้าน วิธีทำแกงป่าหมู ง่ายๆ

แกงป่าหมู สามารถทำกินเองที่บ้านได้ สูตรแกงป่าหมู ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูหมู จากต้นตำรับ

สูตรอาหาร เมนูอาหาร ยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอแนะนำ เมนูแกงป่า เอกลักษณ์ของแกงป่า คือ เครื่องเทศ และ ส่วนผสมที่อุดมณ์ไปด้วยสมุนไพรต่างๆ เผ็ดร้อน ไม่มีรสหวาน ช่วยขับเหงื่อ ปรับสมดุลย์ร่างกายได้ดี เคล็ดลับการทำแกงป่าหมู อยู่ที่วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การปรุงรสชาติ สูตรแกงป่า ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูแกง

ส่วนผสมสำหรับทำแกงป่าหมู

-เนื้อหมูสามชั้น หั่น 1 ถ้วยตวง
-น้ำพริกแกงป่า 3 ช้อนโต๊ะ (ส่วนประกอบของพริกแกงป่า พริกขี้หนูแห้ง 10 เม็ด พริกเเม็ดใหญ่แห้ง 10 เม็ด ตระไคร้ 2 ต้น ข่าซอยสัก 5 แว่น ผิวมะกรูด 1 ลูก หอมแดง 5 หัว กระชาย 5 เหง้า กระเทียม 2 หัว เกลือป่น 1 ช้อนชา กะปี 1 ช้อนโต๊ะ )
-มะเขือเปราะ 2 ลูก หั่นเป็นชี้น
-มะเขือพวง 1 หยิบมือ
-ขิง 3 ช้อนโต้ะ นำมาซอยเป็นเส้นๆ
-ถั่วฝักยาว 1 หยิบมือ นำมาซอยเล็กๆ
-พริกไทยสด 2 พวง
-ข้าวโพดอ่อน 4-5 หัว นำมาผ่าให้พอดีคำ
-น้ำซุปกระะดูกหมู 2 ถ้วยตวง
-น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
-เกลือป่น 1 ช้อนชา
-ใบมะกรูด 4 ใบ
-พริกขี้หนูสวย 5-10 เม็ด บุบพอแตก
-ใบกะเพรา 10 ใบ ประมาณ 1 หยิบมือ
-น้ำมันพืช สำหรับผัด 2 ช้อนโต๊ะ

แกงป่าหมู
วิธีทำแกงป่าหมู

-เริ่มต้นจากการเตรียมพริกแกงป่าก่อน โดยนำ พริกขี้หนูแห้ง พริกเเม็ดใหญ่แห้ง ตระไคร้ ข่า ผิวมะกรูด หอมแดง กระชาย กระเทียม เกลือป่น และ กะปิ โขรกให้ส่วนผสมเข้ากัน แต่ไม่ต้องละเอียดทั้งหมดให้เหลือเนื้อสมุนไพรด้วย
-จากนั้นตั้งกระทะน้ำมัน ให้ร้อน ใส่ พริกแกงป่าลงไปผัดให้หอม จากนั้นนำเนื้อหมูสามชั้นลงไปผัด เติมน้ำเปล่าลงไปนิดหน่อย ป้องกันไม่ให้พริงแกงป่าไหม้ เมื่อส่วนผสมสุกได้ที่
-ใส่ มะเขือเปราะ มะเขือพวง พริกไทยสด ขิง ถั่วฝักยาว และ ข้าวโพดอ่อน ลงไปผััดและเติมน้ำซุปกระดูกลงไป
-ปรุงรสด้วย น้ำปลา เกลือ
-จากนั้นใส่ พริกขี้หนูสวน และ ใบมะกรูด ต้มให้หอม เมื่อส่วนผสมและรสชาติได้ที่ ให้ปิดไฟ และ ใส่ใบกระเพราลงไป พร้อมรับประทานได้
เคล็ดลับการทำแกงป่าหมู

-การทำพริกแกงป่า มีส่วนผสม คือ พริกขี้หนูแห้ง พริกเเม็ดใหญ่แห้ง ตระไคร้ ข่า ผิวมะกรูด หอมแดง กระชาย กระเทียม เกลือป่น และ กะปี โขรงแต่ไม่ให้ละเอียดเกินไป
-ผิวมะกรูด ให้เอาผิวมะกรูดอย่างเดียว อย่าให้มีไส้ในขาวๆ เพราะจะทำให้ขม
-การผัดพริกแกงป่า ผัดในกระทะร้อนๆ แต่ระวังพริกแกงป่าไหม้ โดยพริกแกงป่าที่สุกจะส่งกลิ่นหอม
-ผักสด ต่างๆ ที่นำมาทำแกงป่า ให้แช่น้ำเกลือ …

ปลากระพงนึ่งมะนาว ปลานึ่งแสนอร่อยๆ ดีต่อสุขภาพสำหรับวันนี้

ปลากระพงนึ่งมะนาว 

ปลากระพงนึ่งมะนาว  อาหารไทย เมนูปลานึ่ง กับซอสรสแซ่บ วิธีทำปลากระพงนึ่งมะนาว

ปลากระพงนึ่งมะนาว เมนูปลากระพง ยอดนิยมโดยเฉพาะ เมนูนึ่งมะนาว เนื้อปลาหวานๆ สูตรอาหาร เมนูปลา กับข้าวจากปลา ง่ายๆ

อาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ อาหารสุขภาพ เมนูปลานึ่ง เหมือนยำ แต่รสชาติอร่อยกว่า คือ ปลากระพงนึ่งมะนาวเคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ อยู่ที่การเลือกวัตถุดิบสดๆ ปลากระพงสดๆ เทคนิคการเตรียมอาหาร การล้างปลา และ การปรุงรสชาติให้ รสเปรี้ยวอมหวาน และ เป้ดนิดๆ อาหารพื้นบ้าน ของภาคกลาง ประเทศไทยปัจจุบันเป็น

เมนูอาหารไทยยอดฮิต ตาม ร้านอาหารไทย เมนูปลากะพงนึ่งมะนาว เป็น เมนูอาหาร ที่รสชาติจัดจ้าน แต่อร่อย ได้ ประโยชน์จากเนื้อปลา และ ผักต่างๆ ปลากระพงนึ่งมะนาว อาหารไทย เมนูนึ่งมะนาว เมนูปลากระพง ส่วนผสมและขั้นตอนการทำ เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูปลา

ส่วนผสมสำหรับทำปลากะพงนึ่งมะนาว

-ปลากระพง 1 ตัว
-น้ำปลา 3 ช้อนโต้ะ
-ซอสถั่วเหลือง 2 ช้อนโต้ะ
-น้ำมะนาว 5 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาล 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำซุป 5 ช้อนโต้ะ
-กระเทียม ซอย 1 ช้อนโต้ะ
-พริกสด ซอย 1 ช้อนโต้ะ
-มะนาว ฝานบางๆ 4-5 ชิ้น
-ผักชี ซอย สำหรับโรยหน้า

ปลากระพงนึ่งมะนาว 
วิธีทำ ปลากะพงนึ่งมะนาว

-ทำความสะอาด ปลา ขอดเกล็ด ล้างไส้ เครื่องในปลาให้สะอาด จากนั้นนำมาพักใส่จาน
-เตรียมน้ำซอสมะนาว โดย ผสม ซอสถั่วเหลือง น้ำตาล น้ำปลา มะนาว ซุป กระเทียม และ พริกสด ผสมให้ส่วนผสมเข้ากัน
-ราดน้ำซอสมะนาวในปลากระพงที่เตรียมไว้ จากนั้นนำไปนึ่ง 20 ถึง 30 นาที ให้เนื้อปลาสุก
-เสริฟปลากระพงนึ่งมะนาว โรยหน้าด้วย มะนาว ฝาน และ ผักชี
เทคนิคการทำปลากระพงนึ่งมะนาว

-ขั้นตอนการเตรียมปลาเป็นส่วนสำคัญของความอร่อย เนื้อปลาต้องสดใหม่ เนื้อปลาจะอร่อยที่สุด
-การล้างปลา ให้เลือดและเมือก ออกให้ให้หมด ทำให้อาหารเมนูปลาไม่คาว ต้องล้างให้สะอาดจริงๆ
-สูตรอาหาร เมนูปลานึ่ง อื่นๆ พร้อมวิธีทำ กับข้าวง่ายๆ อาหารสุขภาพ จากปลา เนื้อปลาเป็น อาหารที่ย่อยง่าย ให้โปรตีน เป็น อาหารที่ดีต่อสุขภาพ ปลานึ่ง ยิ่งทำด้วยการนึ่ง ไม่มีน้ำมันจากการทอด หรือ คราบไหม้จากการย่าง ทำให้เมนูนึ่ง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

ผัดแขนงหมูกรอบ อาหารไทย เมนูผัด หมูกรอบแสนอร่อย แบบง่ายๆ

ผัดแขนงหมูกรอบ

ผัดแขนงหมูกรอบ อาหารไทย เมนูผักแขนง เมนูหมูกรอบ วิธีทำผัดแขนงหมูหมูกรอบ ง่ายๆทำกินเองที่บ้านได้

ผัดแขนงหมูกรอบ ผักอ่อนกะหล่ำปลีผัดกับซอสต่างๆใส่หมูกรอบรสเด็ด เหมาะสำหรับเป็นอาหารหลักในวันว่างๆ

อาหารไทย เมนูอาหาร ยอดนิยมสำหรับวันนี้ นำเสนอ อาหารผัดง่ายๆ กับ หมูกรอบ สูตรพิเศษ คือ ผัดแขนงหมูกรอบ เคล็ดลับความอร่อยอยู่ที่ หมูกรอบที่อร่อยๆ หนังกรอบ เนื้อนุ่มมีรสชาติ ยอดผักกะหล่ำปลีสดๆ และ การปรุงรสชาติที่อร่อย ไม่หวานเกินไป ไม่เค็มเกินไป

สูตรผัดแขนงหมูกรอบ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูผัด

ส่วนผสมสำหรับทำผัดแขนงหมูกรอบ

-หมูกรอบ หั่นเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ 10 – 20 ชิ้น (ประมาณ 1 จาน หรือ ตามความพอใจ)
-ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
-ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
-ผักแขนง(ยอดผักกะหล่ำ) หั่นครึ่งให้กินง่าย 1 จาน
-กระเทียมสดบด 1 ช้อนชา
-พริกขี้หนูสวนบด 1 ช้อนโต้ะ
-พริกชี้ฟ้าหั่นเฉียงๆ 1 ช้อนโต้ะ
-น้ำซุปกระดูกหมู 4 ช้อนโต้ะ
-น้ำมันพืชสำหรับ 2 ช้อนโต้ะ

ผัดแขนงหมูกรอบ
วิธีทำผัดแขนงหมูกรอบ

-สำหรับเมนูนี้ให้ทำหมูกรอบให้เสร็จก่อน โดยท่านสามารถดูวิธีทำหมูกรอบ ได้ในเว็บไซต์ตามลิ้งค์ที่ให้
-เมื่อได้ส่วนผสมทั้งหมดพร้อมแล้ว ให้เริ่มทำได้โดย ตั้งกระทะน้ำมันให้ความร้อนปานกลาง
-จากนั้นใส่กระเทียมลงไปผัด ให้มีกลิ่นหอม เมื่อกระเทียมหอมได้ที่ใส่ หมูกรอบ พริกขี้หนูสวน และ พริกชี้ฟ้าลงไปผัด
-ปรุงรสด้วย ซอสน้ำมันหอย น้ำตาล ซอสปรุงรส ชิมให้ได้รสชาติที่ต้องการ
-ใส่ผักแขนง และน้ำซุปกระดูกหมูลงไปผัด ผัดให้พอสะดุ้งไฟ ก็ปิดไฟ เสริฟใส่จานพร้อมรับประทานได้
เคล็ดลับความอร่อยขอผัดแขนงหมูสับ

-เทคนิคการทำเมนูผักแขนง เนื่องจากผักแขนงเมื่อโดนความร้อนจะเฉา และ เหี่ยว ไม่น่ากิน การผัดผักแขนงให้ผัดพอสะดุ้งไฟจะได้ผักที่ยังกรอบอร่อย และ ให้ปรุงรสก่อนจนได้รสชาติที่พอใจก่อนจึงค่อยใส่ผักแขนงลงไปผัดขั้นตอนสุดท้าย
-หมูกรอบ เป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงสำหรับเมนูนี้ หมูกรอบต้องมีลักษณะ หนังกรอบ เนื้อนุ่ม มีรสชาติ ไม่แข็งเกินไป เนื้อหมูส่วนที่เหมาะสำหรับทำหมูกรอบ คือ หมูสามชั้นส่วนสันคอ ที่มีอัตราส่วนของเนื้อ 70% มันหมู 30 % โดยเทคนิคการทำหมูกรอบที่อร่อย ต้องผ่านการหมัก การนึึ่ง การอบ และ การทอด เป็นวัตถุดิบอาหารที่ทำยากและทำให้อร่อยยาก
-น้ำมันที่ใช้ในการผัด ให้ใช้น้ำมันใหม่ และไม่ใส่น้ำมันมากเกินไป เนื่องจากนะทำให้มันมากเกินไปไม่น่ารับประทาน
-กระเทียมสำหรับ เมนูนึ้ เลือกใช้กระเทียมไทย เนื่องจากให้ความหอมมากก่วากระเทียมจีน
-พริกสำหรับเมนูนี้ ใช้พริกขี้หนูสวนและพริกชี้ฟ้า จะให้ทั้งสีสันและรสเผ็ด
ผัดแขนงหมูกรอบ เมนูนี้ เป็นอาหารผัดที่การปรุงรสชาติ แบบเดียวกับ สูตรผัดผักอื่นๆ เช่น ผัดผักรวมมิตร ผัดคะน้า แต่วัตถุดิบเป็นยอดอ่อนกะหล่ำปลี อาหารสำหรับวันนี้คงทำให้เพื่อนๆ พอใจบ้าง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com