เปาะเปี๊ยะทอด สูตรง่ายๆในวันว่างๆ ของทุกคน

แบบนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วล่ะ

วันนี้เรามีวิธีทำเปาะเปี๊ยะทอด จานนี้ทำกินเองได้ง่าย ๆ สบาย ๆ อร่อยกำลังดี แบบนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วล่ะ ลุย!!!

เปาะเปี๊ยะทอด แบบนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วล่ะ

ส่วนผสม

-หมูสับ

-เกลือป่น

-พริกไทยป่น

-น้ำมันพืช

-กระหล่ำปลีซอย

-แครอทซอย

-ซีอิ๊วขาว

-น้ำมันหอย

-ซอสถั่วเหลือง

-น้ำตาลทราย

-แป้งข้าวโพดละลายน้ำ

-แป้งเปาะเปี๊ยะ

-ไข่ไก่

วิธีทำ

-นำหมูไปรวนในกระทะ ใส่เกลือป่นและพริกไทยป่นลงไปเล็กน้อย รวนจนหมูสุก ตักขึ้น เตรียมไว้

-ทำไส้เปาเปี๊ยะโดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟ พอร้อนใส่กะหล่ำปลีและแครอทลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และน้ำตาลทราย ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป ผัดให้เข้ากันดี จากนั้นใส่วุ้นเส้น กุ๊กกิ๊กใส่วุ้นเส้นที่หลังเพราะว่ากลัวว่าถ้าใส่ไปก่อนเส้นจะเละค่ะ

-ใส่หมูสับรวนลงไปผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน เส้นกุ๊กกิ๊กเละนิดนึงนะคะ ผัดนานไปหน่อยค่ะ แหะ ๆ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

-ตักส่วนผสมไส้วางตรงกลางของแป้งเปาะเปี๊ยะ

-ห่อแป้ง แล้วทาไข่ไก่ที่ริมแผ่นแป้งเพื่อยึดให้แป้งติดกัน

-พับแป้งจากด้านข้างซ้ายและขวา จากนั้นม้วนให้สุด เตรียมไว้

-นำเปาะเปี๊ยะไปทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ในวันที่ว่าง ๆ ก็มาทำอาหารว่างง่าย ๆ แบบนี้กันดูนะคะ ไม่ยากจนเกินไป มือใหม่ก็ทำได้ง่าย ๆ สบาย ๆ เลย แถมอร่อยมากด้วย…

เพิ่มความสดชื่นด้วย “น้ำใบเตยน้ำผึ้งมะนาวโซดา ” ช่วยดับร้อนในช่วงของอากาศร้อนๆแบบนี้

แบบซาบซ่าเย็นฉ่ำดีต่อใจ

น้ำใบเตยน้ำผึ้งมะนาวโซดา เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอารมณ์ แบบซาบซ่าเย็นฉ่ำดีต่อใจ แค่แก้วเดียวก็ชื่นใจสุดๆ น้ำผึ้งมะนาวโซดาสีคงจืดชืดเกินไปหน่อย ต้องลองเติมน้ำใบเตยเพิ่มความกลมกล่อมกันดีกว่าเถอะ เราขอนำเสนอวิธีทำน้ำผึ้งมะนาวโซดา เริ่มจากต้มน้ำใบเตย เติมน้ำผึ้งกับมะนาว สุดท้ายเติมโซดา รสชาติจะเด็ดแค่ไหน ลงมือกันเลยดีกว่า

เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอารมณ์ แบบซาบซ่าเย็นฉ่ำดีต่อใจ

ส่วนผสม

-ใบเตยหั่นเป็นชิ้น

-น้ำเปล่า

-น้ำผึ้ง

-น้ำมะนาว

-โซดา

วิธีทำ

-ทำน้ำใบเตยโดยต้มน้ำเปล่ากับใบเตย พอเดือด กรองด้วยผ้าขาวบาง

-เทน้ำใบเตยใส่แก้ว เติมน้ำผึ้งกับน้ำมะนาว ใส่น้ำแข็ง เทโซดาลงไป คนให้เข้ากัน จัดเสิร์ฟ

แหม…แค่เห็นเมนูน้ำใบเตยน้ำผึ้งโซดาแล้ว ขอตัวไปตัวก่อนนะคะ จะได้มาลุยทำน้ำใบเตยสักหน่อย อยากดื่มเมื่อไรก็เติมพวกน้ำผึ้ง น้ำมะนาว และโซดาลงไปพร้อมกับน้ำแข็ง ส่วนน้ำใบเตยที่เหลือก็แช่เย็นไว้ในมื้อต่อไปค่ะได้นะคะ…

กะหล่ำปลีผัดน้ำแดง จานอร่อย สไตล์ Rita

เมนูกะหล่ำปลีผัดน้ำแดง

กะหล่ำปลี ผัดน้ำปลาดูธรรมดาไปเลยพอเจอ เมนูกะหล่ำปลีผัดน้ำแดง อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita สูตรนี้มีทีเด็ดที่ราดซอสเห็ดน้ำแดงลงบนกะหล่ำปลีผัด ลองทำดูแล้วจะติดใจ

เมนูกะหล่ำปลีผัดน้ำแดง อาหารง่าย ๆ สไตล์ Rita

ส่วนผสม

-กะหล่ำปลี 600 กรัม

-เห็ด 150 กรัม

-ซอสเห็ดหอม 3 ช้อนโต๊ะ

-ซอสปรุงรส (เจ) 4 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา

-แป้งเท้ายายม่อม หรือแป้งมัน 2 ช้อนชา

-น้ำเปล่า 2/3 ถ้วยตวง

-น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ

ถ้าใช้แป้งเท้ายายม่อม น้ำซอสจะข้นหนืดนานกว่าใช้แป้งมัน

วิธีทำ

-ผสมเครื่องปรุงทั้งหมดและแป้งเข้าด้วยกันแล้วพักไว้

-ใส่น้ำมันลงในกระทะ รอจนน้ำมันร้อนแล้วใส่กะหล่ำปลีลงไปผัดพอให้กะหล่ำปลีออกเกรียม ๆ พอกะหล่ำปลีได้ที่ก็ตักพักไว้ในจาน

-ใส่เห็ดลงไปผัดแค่พอเห็ดเกรียม ๆ แล้วใส่น้ำซอสที่ปรุงไว้ลงไปคนจนพอข้น ตักราดกะหล่ำปลีเป็นอันเสร็จ

เคล็ดลับความอร่อย
-ถ้าใช้แป้งเท้ายายม่อม น้ำซอสจะข้นหนืดนานกว่าใช้แป้งมัน

ประโยชน์ของกะหล่ำปลี
สายพันธุ์ของกะหล่ำปลี ไม่ว่าจะเป็นกะหล่ำที่พบเห็นได้ทั่วไป กะหล่ำปลีแดง หรือกะหล่ำปลีแบบใบย่น ก็จะมีคุณประโยชน์ที่ไม่แตกต่างกัน โดยหลักๆ จะมีคุณประโยชน์ที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

-ขัดขวางการเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นไขมัน
เนื่องจากในกะหล่ำปลีมีกรดที่ชื่อว่าทาร์ทาริก (Tartaric acid) ซึ่งมีประโยชน์ที่จะช่วยให้น้ำตาลที่ร่างกายรับเข้าไปแล้วกลายเป็นส่วนเกิน ไม่เปลี่ยนสภาพกลายเป็นไขมันในชั้นผิวหนัง ซึ่งข้อดีในส่วนนี้คือลดความอ้วน ลดไขมันและปริมาณคอเลสเตอรอลไม่ให้สูงจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย

-บำรุงกระดูกและฟัน
คุณค่าทางโภชนาการของกะหล่ำปลี อุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส แร่ธาตุเหล่านี้ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน และยังช่วยสร้างเซลล์กระดูกชุดใหม่ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนเมื่ออายุมากขึ้น

-ช่วยย่อยอาหาร
ปริมาณเส้นใยในกะหล่ำปลีมีปริมาณมาก จึงให้ประโยชน์ต่อกระบวนการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ช่วยย่อยและล้างสารพิษไปในตัว โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย ปริมาณของกากใยที่ได้รับเข้าไปจะทำหน้าที่กระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่ขับถ่ายเอาของเสียออกมาได้อย่างเต็มที่

-ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง
ปริมาณกากใยที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ต่อต้านการเกิดมะเร็งในอวัยวะอื่น และช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งเดิมไม่ให้กระจายตัว

-กระตุ้นการสร้างเคราติน
กะหล่ำปลีช่วยกระตุ้นการสร้างโปรตีนเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยทำให้เส้นผม เล็บ และเนื้อเยื่อมีความแข็งแรง บำรุงรากผม คงความอ่อนเยาว์ ลดการเกิดผมหงอก และทำให้รากผมแข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วงก่อนเวลา

-ช่วยให้นอนหลับสนิท
การรับประทานกะหล่ำปลีเป็นประจำ จะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด ทำให้นอนหลับพักผ่อนได้เต็มที่ เนื่องจากมีสารซัลเฟอร์ที่จะเข้าไปยับยั้งความเครียด ระงับประสาท เหมาะสำหรับคนที่ทำงานหนัก และคนที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับๆ ตื่นๆ

-กระตุ้นการพัฒนาสมองของเด็กทารกในครรภ์
กะหล่ำปลีจะเหมาะสำหรับคุณแม่ที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากมีกรดโฟลิก ช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางด้านสมองทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ทำให้สมองเติบโตอย่างรวดเร็ว เข้าไปกระตุ้นพัฒนาการทางด้านอื่นๆ ให้ดีขึ้นตามมา

-ช่วยลดอาการเผ็ดร้อน
จะเห็นได้ว่าตามร้านขายส้มตำจะมีกะหล่ำปลีเป็นผักเครื่องเคียงอยู่เสมอ โดยใบสดจะมีประโยชน์ช่วยลดอาการเผ็ดร้อนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นหากรับประทานอาหารที่มีความเผ็ด ให้รับประทานกะหล่ำปลีตามไปด้วย ก็จะบรรเทาความเผ็ดให้น้อยลงได้

-ช่วยบำรุงผิวพรรณ
เนื่องจากในกะหล่ำปลีมีซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว แร่ธาตุดังกล่าวจะเข้าไปช่วยเพิ่มความเปล่งปลั่งให้ผิวพรรณ ช่วยบำรุงเล็บ เส้นผม และผิวหนัง ลดความเหี่ยวย่นของผิว ทำให้ใบหน้าเรียบเนียน ลดการเกิดสิว รวมไปถึงความมันบนใบหน้า

เมนูกะหล่ำปลีผัดน้ำแดง…

“แกงป่าปลาดอร์รี” เด็ด อร่อย แบบลงตัวมาก

เมื่อมาอยู่ในเมนูแกงป่าถ้วยนี้

วันนี้เราขอแนะนำ เมนูแกงป่า แต่ปรับส่วนผสมหลักจากเนื้อหมูเนื้อไก่มาเป็น “เนื้อปลาดอร์รี” ที่บอกเลยว่าลงตัวมาก ๆ เมื่อมาอยู่ในเมนูแกงป่าถ้วยนี้

“เนื้อปลาดอร์รี”  เมื่อมาอยู่ในเมนูแกงป่าถ้วยนี้ จะอร่อยแค่ไหน

ส่วนผสม

-เนื้อปลาดอร์รีหั่นพอดีคำ 8 – 10 ชิ้น

-ถั่วฝักยาว 3 ฝัก

-มะเขือเปราะ 5 ลูก

-มะเขือพวง 1 พวง

-กระชายหั่นซอย 1/4 ถ้วย

-ใบกะเพรา 1/2 ถ้วย

-พริกไทยอ่อน 3 – 4 ช่อ

-ข้าวโพดอ่อน 4 ฝัก

-พริกแดง 2 – 3 เม็ด

-น้ำพริกพริกแกง 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา

-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 4 – 5 ถ้วย

-น้ำมันพืชเล็กน้อย

วิธีทำ

-สูตรนี้เราเริ่มจากเตรียมหั่นผักชนิดต่าง ๆ เช่น ถั่วฝักยาว,มะเขือเปราะ,ข้าวโพดอ่อน,พริกแดง ให้เป็นชิ้นพอดีคำ วางใส่จานพักไว้

-จากนั้นตั้งเตาด้วยไฟกลาง ทาน้ำมันลงในหม้อเล็กน้อย เมื่อหม้อเริ่มร้อน ให้ใส่พริกแกงลงไปผัดให้พอมีกลิ่นหอม แล้วนำขึ้นพักไว้

-ตั้งหม้อด้วยไฟกลางอีกครั้ง จากนั้นใส่น้ำเปล่าที่เตรียมไว้ รอให้น้ำใกล้เดือดค่อยใส่พริกแกงที่ผัดทิ้งไว้ลงไป

-ตามด้วยถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ มะเขือพวงลงไปก่อนผักชนิดอื่น แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย คนส่วนผสมให้เข้ากัน

-รอให้น้ำเดือดจัด ค่อยใส่เนื้อปลาดอร์รี พริกไทยอ่อน กระชายซอย ใบกะเพรา คนให้เข้ากันอีกรอบแล้วค่อยปิดเตา ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟเรียบร้อยสำหรับเมนู “แกงป่าปลาดอร์รี”

แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยไปอีกหนึ่งเมนูเผ็ดร้อน แต่ได้สุขภาพสุด ๆ แนะนำสาวๆที่กำลังควบคุมน้ำหนัก บอกเลยว่าเมนูนี้ดีงาม เผาผลาญก็ดี๊ดี แก่สาวๆแน่นอนจร้า…

สูตรเด็ด “ยากิโซบะผัดขี้เมา” เมนูอร่อยฉบับคนชอบเส้น

สายเส้นต้องลองทำกันบ้าง

สายเส้นต้องลองทำกันบ้าง กับเมนูอร่อยสไตล์ฟิวชันอย่าง “ยากิโซบะผัดขี้เมา” เส้นเหนียวนุ่ม ๆ อารมณ์แบบสไตล์ญี่ปุ่นที่ผัดเข้ากันกับเครื่องเทศผัดขี้เมา รับรองว่าอร่อยแซ่บ ขั้นตอนไม่ยุ่งยากอีกด้วย

“ยากิโซบะผัดขี้เมา” สายเส้นต้องลองทำกันบ้าง

ส่วนผสม

-เส้นบะหมี่โซบะ 300 กรัม

-เบคอนหั่นชิ้น 100 กรัม

-กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกชี้ฟ้าแดง,เขียวหั่นชิ้น 3 เม็ด

-ข้าวโพดอ่อนหั่นชิ้น 50 กรัม

-ใบกระเพรา 1/2 ถ้วย

-แครอทหั่นชิ้น 100 กรัม

-กระหล่ำปลีหั่นชิ้น 200 กรัม

-ซอสเทอริยากิ 2 ช้อนโต๊ะ

-ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ

-ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ

-ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา

-เกลือ 1 ช้อนชา

-พริกไทย 1 ช้อนชา

-น้ำมันพืช

-สาหร่ายสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

-ตั้งกระทะ เทน้ำมันเล็กน้อย จากนั้นนำกระเทียมสับ แครอท ลงไปผัดให้หอม

-ใส่เบคอนลงไปผัดให้สุก จากนั้นใส่ข้าวโพดอ่อน กระหล่ำปลี ลงไปผัดให้เข้ากัน

-ใส่เส้นบะหมี่โซบะลงไป แล้วเติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ผัดจนน้ำแห้ง เส้นเหนียวนุ่ม

-ปรุงรสด้วยซอสเทริยากิ ซอสหอยนางรม ซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วดำ เกลือ พริกไทย

-ใส่ใบกระเพรา พริกชี้ฟ้า ตามลงไป แล้วผัดให้เข้ากันอีกครั้ง ตักใส่จาน โรยสาหร่ายเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟ

สำหรับเมนู “ยากิโซบะผัดขี้เมา” แสนอร่อย หากต้องการให้รสชาติเผ็ดร้อนมากขึ้นก็สามารถเพิ่มพริกขี้หนูลงไปได้นะคะ…

แหนมเนือง สูตรต้นตำรับจากเวียดนาม พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

ราดน้ำจิ้มหวาน

ชุดใหญ่ไฟกระพริบ …. กับเมนูแหนมเนือง อาหารเวียดนามเครื่องมากมาย หมูย่างหอมๆ ห่อแป้งเปาะเปี๊ยะพร้อมผักสด ราดน้ำจิ้มหวาน เอาละ… เชิญชวนเพื่อนมาล้อมวงความอร่อยได้เลย

คนไหนชื่นชอบทานอาหารเวียดนาม เช่นเดียวกันบ้าง โดยยิ่งไปกว่านั้นเมนูแหนมเนือง วันหยุดลองมาทำกินเองดีไหม เราจะขอนำเสนอวิธีการทำแหนมเนือง มาพร้อมวิธีทำหมูย่างแหนมเนืองรวมทั้งน้ำปรุงรสแหนมเนือง แกล้มกับผักสด กินกับน้ำจิ้มแหนมเนืองกลมกล่อมละมุนละไม

ห่อแป้งเปาะเปี๊ยะพร้อมผักสด ราดน้ำจิ้มหวาน สูตรต้นตำรับจากเวียดนาม

ส่วนผสม ชุดแหนมเนือง

-หมูย่างแหนมเนือง

-แป้งเปาะเปี๊ยะญวน (ตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส)

-น้ำจิ้มแหนมเนือง

-เครื่องเคียงแหนมเนือง เช่น ผักสดหั่นชิ้นเล็ก เช่น กล้วยน้ำว้าดิบ, มะเฟืองหวาน, กระเทียม, พริก

-ผักสดสำหรับกินแกล้ม เช่น ผักแพรว, ใบสะระแหน่, ใบโหระพา, ผักกาดหอม

-ขนมจีน หรือเส้นหมี่ลวกสุก

ส่วนผสม หมูย่างแหนมเนือง

-หมูติดมันบด 500 กรัม (แช่เย็นจัดเพื่อให้ส่วนผสมเหนียว)

-กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

-ผงฟู 1 ช้อนชา

-เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

-น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเย็นจัด 2 ช้อนโต๊ะ

-แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม น้ำจิ้มแหนมเนือง

-ข้าวเหนียวดิบ 1 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วเขียวเราะเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำ (สำหรับต้มข้าว) 4 ถ้วย

-เม็ดเต้าเจี้ยวบด 2 ช้อนชา

-ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกชี้ฟ้าแดงบดละเอียด

-เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ

-น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วลิสงบดหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหมูย่างแหนมเนือง

-ใส่หมูบดแช่เย็นจัดลงในเครื่องผสมอาหารหรือเครื่องปั่น ตามด้วยกระเทียมสับ ผงฟู เกลือ น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกไทย น้ำมันพืช และน้ำเย็นเล็กน้อย ปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด นำใส่ภาชนะแล้วนวดอีกครั้ง ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหารแล้วนำไปแช่เย็น หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

-เมื่อครบเวลานำหมูบดออกมา ใส่แป้งข้าวโพดลงไป นวดให้เข้ากันเป็นเนื้อเนียนและส่วนผสมเหนียว จากนั้นปั้นส่วนผสมเป็นลูกกลม ๆ เหมือนลูกชิ้น หรือปั้นเป็นแท่งยาว ๆ เสียบไม้ เตรียมไว้

-นำหมูที่ปั่นไว้ไปนึ่งจนสุก จากนั้นนำไปย่างต่อ หรือนำเข้าเตาอบ จนมีกลิ่นหอมและเป็นสีเหลืองสวย เตรียมไว้

วิธีทำน้ำจิ้มแหนมเนือง

-ต้มข้าวเหนียวกับถั่วเขียวในน้ำด้วยไฟกลางจนสุกนิ่ม พักไว้จนอุ่นแล้วนำไปปั่นจนเนียน

-เทกลับใส่หม้อ ใส่เต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊วดำ พริกบด เกลือ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำส้มสายชู เปิดไฟเคี่ยวจนเดือด ชิมรสตามชอบ

-ตักน้ำจิ้มใส่ถ้วย โรยถั่วลิสงคั่วบดลงไป เสิร์ฟพร้อมชุดแหนมเนือง

เที่ยงตรง ของวันนี้เชิญชวนผองเพื่อนมาสนุกสนานกับการห่อแหนมเนืองกันเหอะ มีอีกทั้งวิธีการทำหมูย่างแหนมเนืองแล้วก็น้ำจิ้มแหนมเนือง ทำเองรับประกันอิ่มคุ้ม…

“กล้วยหอมธัญพืช” เมนูของคนรักสุขภาพ

คนกินเจหรือมังสวิรัติ

เมนูอาหารว่าง เหมาะกับ คนกินเจหรือมังสวิรัติ ต้องเมนูนี้เลย “กล้วยหอมทอดธัญพืช” ซึ่งรสหวานจากกล้วยและกลิ่นหอมจากงา รับรองว่าไม่แค่หนึ่งต้องมีสองแน่นอน ปะๆๆ ลงมือกันเถอะ

เมนูของ คนกินเจหรือมังสวิรัติ

 

ส่วนผสม

-กล้วยหอม2 – 3ลูก

-งาดำ1/2ถ้วย

-งาขาว1/2ถ้วย

-ธัญพืชอบกรอบ1ถ้วย

-เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทุบหยาบ1/2ถ้วย

-ลูกเกด1/4ถ้วย

-น้ำตาลทรายแดง3ช้อนโต๊ะ

-แป้งชุบทอด1/2ถ้วย

-น้ำเปล่าสำหรับละลายแป้ง

-น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ

-ผสมงาขาว งาดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบ และธัญพืชอบกรอบเข้าด้วยกัน ใส่ไว้ในชามผสม พักไว้

-หั่น กล้วยหอม เป็นท่อนขนาดพอดีคำ (ปอกเปลือกออก)

-จากนั้นให้นำ แป้งสำหรับชุบทอด ใส่ในถ้วยหรือชามผสม ตามด้วยนำ้สะอาด คนให้แป้งข้นกำลังดี

-นำกล้วยหอมหั่นชิ้นที่เตรียมไว้ ลงชุบกับแป้งสำหรับทอด

-นำกล้วยที่ชุบแป้งทั่วแล้ว ลงไปคลุกกับธัญพืชที่ผสมรวมไว้ในข้อแรก คลุกให้ส่วนผสมเคลือบจนทั่วทั้งชิ้นกล้วย จัดใส่จานเตรียมสำหรับลงทอด

-นำกระทะตั้งเตาด้วยไฟอ่อน ใส่น้ำมันสำหรับทอดลงไป รอให้ร้อนได้ที่ จากนั้นนำกล้วยธัญพืชลงทอดโดยใช้เวลาประมาณ 1 – 2 นาทีเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ธัญพืชกรอบไหม้จนเกินไป จากนั้นนำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

-ก่อนเสิร์ฟเรามาทำซอสหวานราดกล้วยธัญพืช เพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ำหอมหวานยิ่งขึ้น ด้วยการนำน้ำตาลทรายแดงละลายกับน้ำร้อนเล็กน้อย จะผสมน้ำเชื่อมอีกสักหน่อยก็ไม่เสียรสชาติค่ะ

-ขั้นตอนสุดท้าย จัดวางกล้วยธัญพืชให้สวยงาม ราดด้วยซอสน้ำตาลทรายแดง โรยด้วยลูกเกดปิดท้าย พร้อมเสิร์ฟความอร่อย

กล้วยกินได้กินดีทุกเทศกาล
ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลกินเจในช่วงนี้ หรือจะเป็นโอกาสอื่น ๆ การกิน “กล้วย” ก็ถือเป็นประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกายได้เช่นกัน เพราะกล้วยมีวิตามิน และประกอบไปด้วยสารอาหารที่ให้พลังงานต่อร่างกาย กินกล้วยในตอนเช้า 1 ผล ก็ทำให้อิ่มท้องยาวนานไปหลายชั่วโมง เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ๆ หรือสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก การเลือกกินกล้วยในตอนเช้าก็ช่วยให้ได้ผลดีเช่นกัน นอกจากนี้กล้วยยังช่วยเรื่องระบบการขับถ่ายให้ทำงานได้ตามปกติ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับสูตรอาหารหวานสำหรับมื้อเจมื้อนี้ ลองนำไปทำในมื้อว่างของคุณรับรองว่าจะติดใจจนยกให้เป็นเมนูอาหารว่างประจำบ้านกันเลยล่ะค่ะ…

“กระเพาะปลา” เมนูล้อมวงอีกเมนูนึง ที่ทุกคนในบ้านติดอกติดใจ กันถ้วนหน้า

จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้

มั่นใจว่ามีหลายครอบครัวที่ถูกอกถูกใจทานเมนู “กระเพาะปลา” แม้กระนั้นก็รู้สึกว่ามีขั้นตอนยุ่งยากเหลือเกินไหมที่จะทำเมนูนี้ บอกเลยค่ะว่าเมนูอร่อยเมนูนี้มิได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ยิ่งเริ่มเข้าอากาศหนาวหรือไม่ก็ตามก็สามารถทานได้ “กระเพาะปลา” อุ่นๆสักถ้วยคงจะดีไม่ใช่น้อย หากพร้อมแล้ว เรามาเริ่ม จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้ กันได้เลยค่ะ

เตรียม จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้ “กระเพาะปลา” 

ส่วนผสม

-กระเพาะปลา 1 ถ้วย

-เห็ดหอมสด 1/2 ถ้วย

-หน่อไม้สดหั่นเส้น 1/2 ถ้วย

-เนื้อไก่หั่นชิ้น 1/2 ถ้วย

-เลือดไก่ 4 ช้ินเล็ก

-ไข่นกกระทา 2 ลูก

-โครงไก่ 1 โครง

-รากผักชี 1 ราก

-ขิงฝาน 2 ชิ้น

-พริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนชา

-ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

-เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

-ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ

-แป้งมันละลายน้ำ 1/2 ถ้วย

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-เกลือป่นเล็กน้อย

-พริกไทยป่นเล็กน้อย

-ผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

-เริ่มด้วยการนำกระเพาะปลาแช่ในน้ำสะอาดให้นิ่ม จากนั้นบีบน้ำออกจากกระเพาะปลา ล้างให้สะอาดอีกครั้ง พักไว้

-นำหม้อใส่น้ำสะอาดประมาณ 3 – 4 ถ้วย ขึ้นตั้งไฟกลาง จากนั้นใส่โครงไก่ลงไปต้มจนเดือด ระหว่างรอน้ำเดือดให้ใส่ขิงฝาน พริกไทยเม็ดและรากผักชีทุบหยาบลงต้มให้ได้กลิ่นหอมของน้ำซุป (หากมีเวลาให้เคี่ยวนานประมาณ 30 นาที) เมื่อน้ำซุปเดือดได้ที่ให้ปิดเตา กรองน้ำซุปใสพักไว้ในถ้วย เตรียมสำหรับทำกระเพาะปลา

-นำน้ำซุปที่พักไว้ใส่หม้อ ตั้งไฟอีกครั้ง เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เลือดไก่ ไข่นกกระทา เห็ดหอมสด หน่อไม้ เนื้อไก่และกระเพาะปลาลงต้มจนเดือด

-ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย เกลือป่น ชิมรสชาติให้ได้รสกลมกล่อม

-เติมเหล้าจีนและค่อย ๆ ในแป้งมันที่ละลายน้ำไว้ทีละน้อยจนหมด คนส่วนผสมในหม้อให้เข้ากัน สังเกตว่ากระเพาะปลาจะได้น้ำข้นเหนียวได้ที่ค่อยปิดเตา

-ก่อนเสิร์ฟกระเพาะปลาให้โรยหน้าด้วยผักชีและพริกไทยเล็กน้อย พร้อมซอสเปรี้ยวและน้ำส้มปรุงรสให้อร่อยยิ่งขึ้น

เราเชื่อว่าถูกปากทุกคนในครอบครัวแน่นอนค่ะ เป็นเมนูที่ทุกคนในบ้านต่างต้องพร้อมน่าพร้อมตา ในการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างแน่นอน จะเรียกได้ว่า หนึ่งไม่พอของ สองได้ไหม อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า…

“เมี่ยงปลาทูน่า” เมนูควบคุมน้ำหนัก เหมาะกับสาวๆที่กำลังอยากลดน้ำหนัก

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

ถ้าอยากจัดจานแซ่บกินแกล้มกับเครื่องดื่มชื่นใจ ต้องจานนี้เลยค่ะ  “เมี่ยงปลาทูน่า” ใครเป็น สายทานของแซ่บ หรือ กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ ละก็ บอกเลยว่าต้องไม่พลาดนะคะคุณ จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ ต้อง “เมี่ยงปลาทูน่า”

ส่วนผสม

-ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง

-มะม่วงเปรี้ยวหั่นชิ้นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-หอมแดงซอยหรือหั่นชิ้นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-ขิงอ่อนหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วลิสงอบสำเร็จรูป 3 ช้อนโต๊ะ

-ผักกาดแก้ว 1 หัว

-พริกขี้หนูซอย 3 ช้อนโต๊ะ

ใบสะระแหน่ 1 ต้น

-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

-เทน้ำเกลือในปลาทูน่ากระป๋องออก จากนั้นนำปลาทูน่าใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน รวนพอสุก ตักใส่จานพักไว้

-ผสมน้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำปลาคนให้เข้ากันจนละลาย

-ใส่ตะไคร้ซอย หอมแดง พริกขี้หนูและกระเทียมสับ ลงไปผสมในน้ำยำให้เข้ากัน

-จัดผักและขิงอ่อน ถั่วลิสง มะม่วงเปรี้ยวใส่จาน วางคู่ปลาทูน่า และน้ำยำ เสิร์ฟเคียงกัน เวลารับประทานให้จัดเป็นคำ ใส่เครื่องทั้งหมดห่อเป็นคำ เท่านี้ก็อร่อยแซ่บถึงใจกับเมนูนี้ค่ะ

อร่อยแซ่บแบบนี้ แถมใช้เวลาไม่นานก็ทานได้แล้ว สำหรับใครที่ชอบอาหารจานจัดจ้าน แนะนำว่าให้ลองทำเมี่ยงปลาทูน่ากันดูนะคะ…

สูตรเด็ด “ต้มข่าไก่รีมิกซ์ ” #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล ต้องยกให้ “ต้มข่าไก่รีมิกซ์ ” เพิ่มความละมุนด้วย “นมสด” รับรองติดใจ ว่าแล้วก็ต้องเข้าครัวไปคัดสรรวัตถุดิบสำหรับเมนูนี้กันสักหน่อย พร้อมแล้วไม่รอช้า ไปดูวิธีทำกันเลย

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล อาหารไทยประยุกต์

ส่วนผสม

-น่องหรือสะโพกไก่ 3 ชิ้น

-นมสด 1 1/2 ถ้วย

-เห็ดฟาง 10 ดอก

-หอมแดงปอกเปลือก 4 กลีบ

-ตะไคร้บุบ 2 ต้น

-ใบมะกรูด 5 ใบ

-ข่า 6 แว่น

-ผักชีฝรั่ง 1 ต้น

-มะเขือเทศ 1 ลูก

-พริกชี้ฟ้าแดงบุบ 4 เม็ด

-ผักชีสำหรับโรยหน้า

-ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-มะนาว 1 ลูก

-น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

-นำหม้อตั้งไฟกลาง โดยใส่นมสดที่เตรียมไว้ พร้อมกันข่าและตะไคร้ รอจนนมในหม้อเดือด

-ใส่เนื้อไก่ที่แล่เป็นชิ้นพอดีคำลงไป ตามด้วยเห็ด ต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที

-ก่อนถึงขึ้นตอนการปรุงรสชาติ ให้เติมน้ำเปล่าลงไปละลายความเข้มข้นของนมสด จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาลทรายแดง พริกชี้ฟ้าบุบ หอมแดง ใบมะกรูดฉีกและผักชีฝรั่งหั่นท่อน คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีค่อยปิดไฟ

-ก่อนตักใส่ถ้วย ให้บีบมะนาวลงในหม้อ ค่อยตักเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชี

หอมกรุ่นกับเมนูนี้ รับรองว่าทานแล้วยิ่งฟินรสนวล ๆ จากนมสดนี่แหละค่ะ ทำให้หลงรักกันเลยทีเดียว ใครที่ไม่ชอบทานแกงกะทิ…