หมูแดดเดียว ที่มาพร้อมข้าวเหนียวนุ่มๆ

เตรียมข้าวเหนียวไว้รอได้เลย

แค่ชื่อเมนูหมูแดดเดียวก็ชวนน้ำลายสอ ใครอยากทำเองที่บ้าน เตรียมข้าวเหนียวไว้รอได้เลย บ้านไหนมีเนื้อหมูในตู้เย็นเยอะ กลัวกินไม่ทันก็จับมาทำหมูแดดเดียว เป็นอีกหนึ่ง การถนอมอาหาร และก็อร่อยมากด้วย

หมูแดดเดียว เตรียมข้าวเหนียวไว้รอได้เลย

ส่วนผสม

-หมูหั่นเส้น 500 กรัม

-พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

-น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

-ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ

-นมสด 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

เม็ดผักชี

วิธีทำ

-เอาหมูหมักกับส่วนผสมต่าง ๆ คลุกเคล้าจนเข้ากัน หมักไว้ข้ามคืน

-ตอนเช้าเอามาตากแดดประมาณ 4 ชั่วโมงหรือจนแห้ง

-นำหมูไปทอดในหม้อทอดไร้น้ำมันที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 8-10 นาที จากนั้นกลับด้านแล้วทอดต่ออีกประมาณ 5 นาที จนเหลืองกรอบ

เนื้อหมูเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุด ในปัจจุบันเนื้อส่วนที่มีคุณภาพ(ของโปรตีน)มากที่สุดคือ เนื้อสันใน และเนื้อที่มีไขมันมากที่สุดคือหมูสามชั้น ตามมาด้วยคอและซี่โครง เนื้อหมูที่สดจะมีสีชมพูอ่อน ใช้นิ้วกดลงไปแล้วไม่ยุบ

เนื้อหมู นอกจากจะอุดมไปด้วยโปรตีนแล้ว ยังเป็นแหล่งของสารอาหารอื่นๆ เช่นวิตามินบี 1 ช่วยลดอาการเหน็บชา วิตามินเอบำรุงสายตา และยังมีฟอสฟอรัส และไนอาซีน(วิตามินบี3) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากไม่ว่าจะเป็นช่วยในการลดไขมัน ลดการอักเสบของผิวหนัง หรือแม้กระทั่งบำรุงสมอง จะพบมากในเนื้อส่วนที่ไม่ติดมัน…

พุดดิ้งขนมปังโฮลวีต อร่อยง่าย ประโยชน์เยอะ

พุดดิ้งขนมปังโฮลวีต

ถ้าหากใครมีขนมปังโฮลวีตเหลือ ๆ จับมาทำ เมนู พุดดิ้งขนมปังโฮลวีต กันไหม แต่สูตรนี้ใส่นมสดหรือนมถั่วเหลืองก็ได้ เติมน้ำผึ้งกับกลิ่นวานิลลา และใส่ผลไม้ตามชอบจร้า

พุดดิ้งขนมปังโฮลวีต

ส่วนผสม

-ขนมปังโฮลวีต

-ไข่ไก่

-นมไขมันต่ำ หรือนมถั่วเหลือง

-น้ำผึ้ง

-กลิ่นวานิลลา

-ผลไม้ตามชอบ

วิธีทำ

-วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส

-ผสมนมสด ไข่ไก่ น้ำผึ้ง และกลิ่นวานิลลาให้เข้ากัน เทราดลงบนขนมปัง เอาเข้าเตาอบประมาณ 10-15 นาทีหรือจนขนมปังเริ่มเหลือง เสิร์ฟคู่กับผลไม้ โยเกิร์ต และน้ำผึ้ง

แค่นี้ก็เตรียมอร่อยกันได้แล้ว…

ส้มตำไทยไข่เค็ม อร่อยเด็ด สุดฟิน

จะกินไข่เค็มธรรมดา

จะกินไข่เค็มธรรมดา หรือข้าวต้มแสนจะจืดชืด จับมาทำเมนูส้มตำไทยไข่เค็มเพิ่มความแซ่บดีกว่า อร่อยเด็ดที่กุ้งแห้งและถั่วคั่ว ยิ่งถ้าได้ไข่แดงเค็มเป็นน้ำมันเยิ้ม ๆ ออกมาละก็ฟินสุดใจเลยล่ะ

จะกินไข่เค็มธรรมดา ก็เชยๆ ต้องกินเมนูนี้

ส่วนผสม 

-มะละกอสับ

-ไข่เค็ม​ 1 ฟอง

-มะเขือเทศ ​3 ลูก

-พริกขี้หนู ​

-กระเทียม ​1ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา

-ถั่วฝักยาว 2 ฝัก

-น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ

-กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วลิสง​ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-โขลกพริก กระเทียม น้ำตาลปี๊บ และถั่วฝักยาวพอแหลก

-ใส่ไข่เค็มลง​1/2 ฟอง ​(​ที่เหลือเอาไว้​เสิร์ฟ) ตามด้วยมะเขือเทศกับกุ้งแห้ง

-ปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำมะนาว คลุกส่วน​ผ​สมให้เข้ากัน ใส่มะละกอลงไป โขลกพอเข้ากัน ตักใส่จาน โรยกุ้งแห้ง ถั่วลิสง ​และไข่เค็ม

ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร แนะนำส้มตำไทยไข่เค็ม อิ่มคุ้มแน่นอน…

“เอ็นข้อไก่เร้าใจพริกไทยดำ” เมนูอร่อยเพลินทำได้ง่ายนิดเดียว

เพิ่มความอร่อย

เติมสีสัน เพิ่มความอร่อย ให้เอ็นข้อไก่ทอดดูไม่จำเจ กับเมนู “เอ็นข้อไก่เร้าใจพริกไทยดำ” ซึ่งเติมรสชาติความเผ็ดร้อน พร้อมกลิ่นหอมฟุ้งยั่วน้ำลาย ด้วยซอสพริกไทยดำ ชวนยั่วน้ำลายคนทั้งบ้านกันไปเลย

เพิ่มความอร่อย

เพิ่มความอร่อย  ให้เอ็นข้อไก่ทอดดูไม่จำเจ

ส่วนผสม

-ข้อไก่1กิโลกรัม

-แป้งชุบทอด1ถุง

-ซอสพริกไทยดำ

-น้ำมันพืช สำหรับทอด

-ต้นหอมซอย1ต้น

วิธีทำ

-นำข้อไก่มาคัด โดยเอากระดูกออกให้เหลือแต่ส่วนเอ็น แล้วนำไปล้างแบบผ่านน้ำให้สะอาด และนำไปพักให้สะเด็ดน้ำ​

-จากนั้นนำแป้งชุบทอด เทลงไปในชามเอ็นข้อไก่ที่เตรียมไว้ แล้วคลุกให้เข้ากัน

-นำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อน ค่อยๆ ใส่เอ็นข้อไก่ชุบแป้งทีละชิ้น เพื่อไม่ให้ติดกันเป็นก้อน​

-โดยการทอดรอบแรก ทอดแค่พอเหลืองสุก แล้วน้ำขึ้นมาพักไว้สักครู่​

-นำเอ็นข้อไก่ที่พักไว้ลงไปทอดซ้ำอีกรอบ จนสีเข้มขึ้น แล้วรีบตักขึ้นจากกระทะ พักให้สะเด็ดน้ำมัน เคล็ดลับ การทอดซ้ำสองรอบจะทำให้เอ็นข้อไก่กรอบยิ่งขึ้น​

-มาถึงขั้นตอนการคลุกซอส เทซอสพริกไทยดำลงผัดในกระทะ จากนั้นปิดไฟ แล้วใส่เอ็นข้อไก่ทอดลงไป แล้วคลุกให้เข้ากัน​

-โรยต้นหอมซอย คลุกอีกรอบให้เข้ากัน แล้วจัดใส่จาน เท่านี้ก็ได้ “เอ็นข้อไก่เร้าใจพริกไทยดำ” ที่อร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้ว

เป็นอย่างไรบ้างคะ เมนูนี้ทำง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะ อร่อยและน่าทาน รสชาติเผ็ดร้อน และกลิ่นหอมสะกดใจ…

“กระเพาะปลา” เมนูล้อมวงอีกเมนูนึง ที่ทุกคนในบ้านติดอกติดใจ กันถ้วนหน้า

จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้

มั่นใจว่ามีหลายครอบครัวที่ถูกอกถูกใจทานเมนู “กระเพาะปลา” แม้กระนั้นก็รู้สึกว่ามีขั้นตอนยุ่งยากเหลือเกินไหมที่จะทำเมนูนี้ บอกเลยค่ะว่าเมนูอร่อยเมนูนี้มิได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ยิ่งเริ่มเข้าอากาศหนาวหรือไม่ก็ตามก็สามารถทานได้ “กระเพาะปลา” อุ่นๆสักถ้วยคงจะดีไม่ใช่น้อย หากพร้อมแล้ว เรามาเริ่ม จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้ กันได้เลยค่ะ

เตรียม จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้ “กระเพาะปลา” 

ส่วนผสม

-กระเพาะปลา 1 ถ้วย

-เห็ดหอมสด 1/2 ถ้วย

-หน่อไม้สดหั่นเส้น 1/2 ถ้วย

-เนื้อไก่หั่นชิ้น 1/2 ถ้วย

-เลือดไก่ 4 ช้ินเล็ก

-ไข่นกกระทา 2 ลูก

-โครงไก่ 1 โครง

-รากผักชี 1 ราก

-ขิงฝาน 2 ชิ้น

-พริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนชา

-ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

-เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

-ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ

-แป้งมันละลายน้ำ 1/2 ถ้วย

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-เกลือป่นเล็กน้อย

-พริกไทยป่นเล็กน้อย

-ผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

-เริ่มด้วยการนำกระเพาะปลาแช่ในน้ำสะอาดให้นิ่ม จากนั้นบีบน้ำออกจากกระเพาะปลา ล้างให้สะอาดอีกครั้ง พักไว้

-นำหม้อใส่น้ำสะอาดประมาณ 3 – 4 ถ้วย ขึ้นตั้งไฟกลาง จากนั้นใส่โครงไก่ลงไปต้มจนเดือด ระหว่างรอน้ำเดือดให้ใส่ขิงฝาน พริกไทยเม็ดและรากผักชีทุบหยาบลงต้มให้ได้กลิ่นหอมของน้ำซุป (หากมีเวลาให้เคี่ยวนานประมาณ 30 นาที) เมื่อน้ำซุปเดือดได้ที่ให้ปิดเตา กรองน้ำซุปใสพักไว้ในถ้วย เตรียมสำหรับทำกระเพาะปลา

-นำน้ำซุปที่พักไว้ใส่หม้อ ตั้งไฟอีกครั้ง เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เลือดไก่ ไข่นกกระทา เห็ดหอมสด หน่อไม้ เนื้อไก่และกระเพาะปลาลงต้มจนเดือด

-ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย เกลือป่น ชิมรสชาติให้ได้รสกลมกล่อม

-เติมเหล้าจีนและค่อย ๆ ในแป้งมันที่ละลายน้ำไว้ทีละน้อยจนหมด คนส่วนผสมในหม้อให้เข้ากัน สังเกตว่ากระเพาะปลาจะได้น้ำข้นเหนียวได้ที่ค่อยปิดเตา

-ก่อนเสิร์ฟกระเพาะปลาให้โรยหน้าด้วยผักชีและพริกไทยเล็กน้อย พร้อมซอสเปรี้ยวและน้ำส้มปรุงรสให้อร่อยยิ่งขึ้น

เราเชื่อว่าถูกปากทุกคนในครอบครัวแน่นอนค่ะ เป็นเมนูที่ทุกคนในบ้านต่างต้องพร้อมน่าพร้อมตา ในการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างแน่นอน จะเรียกได้ว่า หนึ่งไม่พอของ สองได้ไหม อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า…

“เมี่ยงปลาทูน่า” เมนูควบคุมน้ำหนัก เหมาะกับสาวๆที่กำลังอยากลดน้ำหนัก

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

ถ้าอยากจัดจานแซ่บกินแกล้มกับเครื่องดื่มชื่นใจ ต้องจานนี้เลยค่ะ  “เมี่ยงปลาทูน่า” ใครเป็น สายทานของแซ่บ หรือ กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ ละก็ บอกเลยว่าต้องไม่พลาดนะคะคุณ จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ ต้อง “เมี่ยงปลาทูน่า”

ส่วนผสม

-ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง

-มะม่วงเปรี้ยวหั่นชิ้นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-หอมแดงซอยหรือหั่นชิ้นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-ขิงอ่อนหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วลิสงอบสำเร็จรูป 3 ช้อนโต๊ะ

-ผักกาดแก้ว 1 หัว

-พริกขี้หนูซอย 3 ช้อนโต๊ะ

ใบสะระแหน่ 1 ต้น

-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

-เทน้ำเกลือในปลาทูน่ากระป๋องออก จากนั้นนำปลาทูน่าใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน รวนพอสุก ตักใส่จานพักไว้

-ผสมน้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำปลาคนให้เข้ากันจนละลาย

-ใส่ตะไคร้ซอย หอมแดง พริกขี้หนูและกระเทียมสับ ลงไปผสมในน้ำยำให้เข้ากัน

-จัดผักและขิงอ่อน ถั่วลิสง มะม่วงเปรี้ยวใส่จาน วางคู่ปลาทูน่า และน้ำยำ เสิร์ฟเคียงกัน เวลารับประทานให้จัดเป็นคำ ใส่เครื่องทั้งหมดห่อเป็นคำ เท่านี้ก็อร่อยแซ่บถึงใจกับเมนูนี้ค่ะ

อร่อยแซ่บแบบนี้ แถมใช้เวลาไม่นานก็ทานได้แล้ว สำหรับใครที่ชอบอาหารจานจัดจ้าน แนะนำว่าให้ลองทำเมี่ยงปลาทูน่ากันดูนะคะ…

จานหอยต้องเมนูนี้ “ยำแซ่บหอยนางรมตำลึงสด”

แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอ

คนรักเมนูจานหอยต้องสูตรนี้เลย กับ “ยำแซ่บหอยนางรมตำลึงสด” ที่ แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอ ขึ้นมาซะแล้ว ซึ่งสูตรนี้ยังเป็นสูตรเด็ดจากพี่สาวคนสวย ที่แอบมาแชร์ให้เราขอบอกเมนูนี้ไม่ควรพลาด ใครชอบรสจัดรสแซ่บเป็นต้องซัดเรียบ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ลุยกัยได้เลย

แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอ รอแล้ว  “ยำแซ่บหอยนางรมตำลึงสด”

ส่วนผสม

หอยนางรมสด 200 กรัม

-ใบตำลึง 50 กรัม

-หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนูซอย

-น้ำพริกเผา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-นำหอยนางรมมาล้างให้สะอาด จับใส่ตะแกรงขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นแช่น้ำแข็งไว้เพื่อคงความสด

-นำใบตำลึงมาล้างให้สะอาด แล้วพักไว้ให้แห้ง

-เตรียมชามผสม ใส่น้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันเป็นน้ำยำ ซึ่งในขั้นตอนนี้ปรุงรสให้จัดกว่าที่เราชอบกินเอาไว้นิดหนึ่ง พอเอาไปคลุกกับหอยนางรมจะได้รสชาติพอดี ๆ

-เสร็จแล้วก็จับพระเอกของงานอย่างเจ้าหอยนางรม ลงไปคลุกกับน้ำยำให้ทั่ว ตามด้วยหอมแดง และพริกขี้หนูเพิ่มความเผ็ดแซ่บ

-จากนั้นวางใบตำลึงสดวางรองไว้บนจาน แล้วตักยำหอยนางรมใส่จานให้เรียบร้อย เท่านี้ก็เป็นอันพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

ใครเริ่มน้ำลายแตกแบบอดใจไม่ไหวแล้ว…

สูตรเด็ด “ต้มข่าไก่รีมิกซ์ ” #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล ต้องยกให้ “ต้มข่าไก่รีมิกซ์ ” เพิ่มความละมุนด้วย “นมสด” รับรองติดใจ ว่าแล้วก็ต้องเข้าครัวไปคัดสรรวัตถุดิบสำหรับเมนูนี้กันสักหน่อย พร้อมแล้วไม่รอช้า ไปดูวิธีทำกันเลย

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล อาหารไทยประยุกต์

ส่วนผสม

-น่องหรือสะโพกไก่ 3 ชิ้น

-นมสด 1 1/2 ถ้วย

-เห็ดฟาง 10 ดอก

-หอมแดงปอกเปลือก 4 กลีบ

-ตะไคร้บุบ 2 ต้น

-ใบมะกรูด 5 ใบ

-ข่า 6 แว่น

-ผักชีฝรั่ง 1 ต้น

-มะเขือเทศ 1 ลูก

-พริกชี้ฟ้าแดงบุบ 4 เม็ด

-ผักชีสำหรับโรยหน้า

-ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-มะนาว 1 ลูก

-น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

-นำหม้อตั้งไฟกลาง โดยใส่นมสดที่เตรียมไว้ พร้อมกันข่าและตะไคร้ รอจนนมในหม้อเดือด

-ใส่เนื้อไก่ที่แล่เป็นชิ้นพอดีคำลงไป ตามด้วยเห็ด ต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที

-ก่อนถึงขึ้นตอนการปรุงรสชาติ ให้เติมน้ำเปล่าลงไปละลายความเข้มข้นของนมสด จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาลทรายแดง พริกชี้ฟ้าบุบ หอมแดง ใบมะกรูดฉีกและผักชีฝรั่งหั่นท่อน คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีค่อยปิดไฟ

-ก่อนตักใส่ถ้วย ให้บีบมะนาวลงในหม้อ ค่อยตักเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชี

หอมกรุ่นกับเมนูนี้ รับรองว่าทานแล้วยิ่งฟินรสนวล ๆ จากนมสดนี่แหละค่ะ ทำให้หลงรักกันเลยทีเดียว ใครที่ไม่ชอบทานแกงกะทิ…

สูตรมัสมั่นเนื้อ อาหารไทยในดวงใจ กลิ่นหอมรสอร่อยที่ไม่ควรพลาด

สูตรมัสมั่นเนื้อ

สูตรมัสมั่นเนื้อ อาหารไทยในดวงใจ

สูตรมัสมั่นเนื้อ ใครชอบกินแกงมัสมั่นแบบแขก ๆ ก็คงจะต้องปลื้มกับมัสมั่นเนื้อถ้วย นี้แน่ ๆ แหม ! ก็กลิ่นเครื่องแกงหอมเกินห้ามใจ แถมยังได้ลิ้มรสเนื้อนุ่ม ๆ รสหวาน-เค็มกลมกล่อม พูดแล้วก็หิว ก็เพราะแบบนี้สิน้า แกงมัสมั่นถึงเป็นที่โจษจันไปทั่วโลก จนฝรั่งมังค่าก็หลงใหลได้ปลื้มไปตาม ๆ กัน

เอาล่ะ พูดมาก็ตั้งเยอะ ลองมาดูวิธีทำมัสมั่นเนื้อกินเองกันซะเลยดีกว่าไหม ถึงจะใช้เวลาเคี่ยวนานร่วม ๆ 2 ชั่วโมง แต่เชื่อเถอะว่า คุ้มเกินคุ้ม ซึ่งสูตรมัสมั่นเนื้อสูตรนี้มาจาก คุณ RinS Cook Book สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม ถ้าพร้อมจะลุยแล้ว ก็ตามมาเลยจ้า

หมายเหตุ : แกงมัสมั่น 1 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 325 กิโลแคลอรี่

ส่วนผสม

หัวกะทิ 2 ถ้วย

น้ำพริกแกงมัสมั่น

เม็ดกระวาน 5 เม็ด

หางกะทิ 4 ถ้วย

เนื้อวัวหั่นเต๋า 1 1/2 ปอนด์ (สามารถใช้เนื้อไก่ หรือเนื้อแกะได้)

มะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ (จะช่วยให้เนื้อสัตว์นุ่มขึ้น)

ใบกระวาน 3 – 4 ใบ

น้ำปลา 1/2 ถ้วย

น้ำตาลปี๊บ 220 กรัม (สามารถใช้น้ำตาลทรายแดงแทนได้)

มันฝรั่ง 1 หัว น้ำหนักประมาณ 12 ออนซ์ (ปอกเปลือกออก นำไปล้างน้ำ หั่นเป็นชิ้นใหญ่ นำไปแช่น้ำเย็นจัด)
หอมใหญ่ 1 หัว (ปอกเปลือกออก นำไปล้างน้ำ หั่นเป็นชิ้นใหญ่)

ถั่วลิสงคั่ว (ใหม่ ๆ) 1 ถ้วย

วิธีทำ

1. ใส่หัวกะทิครึ่งหนึ่งลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟกลาง ผัดจนเดือด (แต่ไม่ต้องแตกมัน) จากนั้นใส่น้ำพริกแกงมัสมั่น และเม็ดกระวานลงไป ผัดจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกับหัวกะทิ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้
2.ใส่หางกะทิลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลางจนเดือดเล็กน้อย (ไม่ต้องเดือดพล่าน) ใส่เนื้อสัตว์ ตามด้วยมะขามเปียกลงไป ต้มด้วยไฟอ่อนจนเดือด ประมาณ 30 นาที (ไม่ต้องคน)
3. ใส่น้ำพริกแกงที่ผัดไว้ลงในหม้อ คนผสมเล็กน้อยพอเข้ากัน โรยใบกระวานลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา และน้ำตาลปี๊บ คนผสมให้เข้ากันอีกครั้ง จากนั้นเคี่ยวด้วยไฟปานกลางประมาณ 40-45 นาที
4. ใส่มันฝรั่งลงไป คนผสมเล็กน้อยพอเข้ากัน ต้มต่ออีกประมาณ 15 นาที

5. ใส่หอมใหญ่ลงไป คนผสมเล็กน้อยพอเข้ากัน ต้มต่ออีกประมาณ 10 นาที

6. ใส่หัวกะทิที่เหลือลงต้มต่ออีกประมาณ 10 นาที

7. ใส่ถั่วลิสงคั่วลงไป ต้มต่ออีก 10 นาที ตักใส่ชาม พร้อมเสิร์ฟ

เห็นแกงมัสมั่นถ้วยนี้แล้ว บอกตรง ๆ ว่า หิวเลยจ้า ขอข้าวสวยด่วน ! ถึงแม้จะใช้เวลานานไปหน่อย แต่ทำออกมาแล้วก็คุ้มนะเนี่ย ใครสนใจก็ลองทำกันดูนะคะ

บาคาร่า

สูตรปลาแรดทอดกระเทียม เมนูปลาทอดกระเทียม หอมกรอบอร่อยย่อยง่าย แค่ตัวเดียวก็คุ้ม

สูตรปลาแรดทอดกระเทียม

สูตรปลาแรดทอดกระเทียม เมนูปลาทอดกระเทียม

สูตรปลาแรดทอดกระเทียม ปลาแรดจับมาโรยกระเทียมหน่อยก็อร่อยไม่เบา ขอนำเสนอ เมนูปลาแรดทอดกระเทียม ทีเด็ดคือ กระเทียมใส่พริกไทยเพิ่มกลิ่นและรสเผ็ดด้วย

ส่วนผสม ปลาแรดทอดกระเทียม

• ปลาแรด 1 ตัว
• เกลือป่น หยิบมือ
• กระเทียม ตามชอบ
• พริกไทยป่น ตามชอบ

วิธีทำปลาแรดทอดกระเทียม

1. ขอดเกล็ด ตัดครีบ และบั้งปลาทั้งสองด้าน เสร็จแล้วทาเกลือที่ตัวปลาเล็กน้อย หมักไว้ 10 นาที
2. ตั้งกระทะใส่ น้ำมันพืชลงในกระทะ (กะพอให้ท่วมตัวปลา) ใช้ไฟแรง พอใส่ปลาลงแล้วลดไฟให้เหลือปานกลางหรือทอดไฟอ่อน ๆ จนสุก ตักใส่จาน
3. โขลกกระเทียมกับเกลือ และพริกไทยป่นลงไปพอหยาบ ๆ จากนั้นนำไปเจียวจนเหลืองกรอบ โรยบนตัวปลาทอด พร้อมเสิร์ฟ

บาคาร่า