บัวลอยแก้ว สูตรขนมหวาน เมนูกะทิแสนอร่อยทำอย่างไร ขนมไทย เมนูกะทิ

บัวลอยแก้ว

บัวลอยแก้ว วิธีทำบัวลอยแก้ว ขนมไทย เมนูกะทิ เม็ดบัวลอยแก้วที่เหนึยวนุ่ม กรอบ น้ำกะทิเข้มข้นไม่หวานจัดเกินไป

บัวลอยแก้ว ทานรวมกับเครื่องเคียงต่างๆ อย่าง เผือก มะพร้าวอ่อน ข้าวโพด และ สาคูเม็ดใหญ่ เคล็ดลับการทำบัวลอยแก้วทำอย่างไร

สูตรอาหารสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ ขนมไทย เมนูกะทิ คือ บัวลอย แต่ความพิเศษของเมนูนี้ คือ บัวลอยแก้ว ที่ความพิเศษคือ เม็ดบัวลอย ที่ใส เหนียว กรอบ น้ำกะทิหอมๆ หวานพอดี เคล็ดลับความอร่อยของเมนูนี้ อยู่ที่ เทคนิคการเลือกวัตถุดิบ ต้องเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ความพิถีพิถัน ในการทำขนม วันนี้ เราจึงขอนำเสนอ สูตรบัวลอยแก้ว พร้อมวิธีทำ

ส่วนผสมสำหรับทำบัวลอยแก้ว

-แป้งมัน 1 กิโลกรัม
-น้ำอุ่น 1/2 ถ้วยตวง
-น้ำใบเตย 3 ช้อนโต้ะ
-เกลือ 1 ช้อนชา
-หัวกะทิ 1 กิโลกรัม
-หางกะทิ 1 กิโลกรัม
-น้ำตาลปี๊บ 1/2 กิโลกรัม
-เนื้อมะพร้าวอ่อนขูด 1 ถ้วยตวง
-เผือกหั่นเป็นลูกเต๋า 1 ถ้วยตวง
-พักทองหั่นลูกเต๋า 1 ถ้วยตวง
-สาคูเม็ดใหญ่ 1 ถ้วยตวง

บัวลอยแก้ว

 

ขั้นตอนการทำบัวลอยแก้ว

-เตรียมสาคูเม็ด โดยการนำสาคูเม็ดใหญ่ลงไปต้มในน้ำเดือด เป็นเวลา 15 นาที -จากนั้นนำไปแช่น้ำเย็นทันที จากนั้น แช่ทิ้งไว้ 1 คืน
จากนั้นนำสาคูลงไปต้มอีกครั้ง ประมาณ 15 นาที จะได้สาคูที่ สุกพอดีรับประทาน จากนั้นให้นำมาพักใส่น้ำเย็นเอาไว้ก่อน
-นำเผือก และ ฟักทอง มานึ่ง ใช้เวลานึ่งประมาณ 30 นาที จะได้เผือก และ ฟักทองที่ สุกพอดี ไม่เละเกินไป
-เริ่ม เตรียม ทำเม็ดบัวลอย โดย นำแป้งมันผสมกับน้ำอุ่นผสมเกลือ ใส่น้ำใบเตยลงไป จากนั้นนวดจนได้เนื้อแป้งที่เนียน นำมารีด และ หั่นเป็นลูกเต๋า
-จากนั้นต้มน้ำใส่ใบเตย และ น้ำเชื่อมลงไป รอให้น้ำเดือดจัด นำเม็ดบัวลอยลงไปต้ม เมื่อเม็ดบัวลอย ลอยขึ้นมาแสดงว่าสุกพร้อมทานแล้ว นำมาพักใส่น้ำเชื่อมเอาไว้
-เตรียมน้ำกะทิ ให้ต้มหัวกะทิ และ หางกะทิ เมื่อกะทิแตกมัน ให้ช้อนเอาส่วนที่แตกมันเก็บใส่ชามเอาไว้ จากนั้น เติมน้ำตาลปี๊บลงไปในหม้อต้มกะทิ เมื่อน้ำตาลละลายก็ปิดไฟได้
-นำบัวลอยที่ต้มเอาไว้แล้ว ลงไปในกะทิ พร้อมกับ สาคูเม็ดใหญ่ เผือก ฟักทอง และ มะพร้าวอ่อน ผสมให้เข้ากัน เท่านี้ก็พร้อมสำหรับรับประทานได้
เคล็ดลับการทำบัวลอยแก้ว

-กะทิ ต้องเลือกใช้มะพร้าวขูดสดๆ คั้นกะทิสดๆ การคั้นหัวกะทิ จะต้องไม่ผสมน้ำเลย จะได้กะทิที่มีความมันและหอม
การต้มบัวลอย ให้ใช้น้ำเชื่อมต้ม จะได้เนื้อบัวลอยที่มีความหวานแทรก และ เนื้อเด้ง เหนียว
-สาคูเม็ดใหญ่ ต้องทำตามขั้นตอนที่แจ้ง คือ ต้มก่อน จากนั้นแช่ทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนที่จะต้มอีกครั้ง จึงจะได้สาคูที่นุ่มหนึบ
-การหั่น เผือก และ ฟักทอง ไม่หั่นให้เล็กเกินไป เนื่องจาก เวลานึ่งอาจทำให้ เผือก และ ฟักทอง เละ ไม่น่ารับประทาน
-น้ำตาล สำหรับขนมหวาน ให้เลือกใช้น้ำตาลป๊ีบ โดยเทคนิคการทำ ให้ค่อยๆ ใส่น้ำตาล จนได้ความหวานที่พอดี หากใส่มากเกินไป และใส่ทีเดียวเลย หากหวานเกินไปจะแก้ไขยาก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

มะพร้าวแก้ว ขนมไทย ขนมหวาน เมนูมะพร้าว พร้อมวิธีทำ

มะพร้าวแก้ว

มะพร้าวแก้ว ขนมหวานยอดนิยม ขนมไทยจากเนื้อมะพร้าว วิธีทำมะพร้าวแก้ว ง่ายๆ ทำกินเองได้

มะพร้าวแก้ว สูตรขนมไทย พร้อมเคล็ดลับความอร่อย เมนูมะพร้าวแก้ว คั่วน้ำตาล ของหวานจากมะพร้าว

สูตรอาหาร ยอดนิยม สำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ เมนูมะพร้าว มะพร้าวแก้วทำอย่างไร มะพร้าวแก้ว มีวิธีทำอย่างไร อยากทำ ขนมหวานจากมะพร้าว ทำขายสร้างอาชีพ เราสอนทำมะพร้าวแก้ว ขนมไทย ที่ใครก็ว่ายาก แต่เราเอาสูตรขนม และวิธีทำแบบง่ายๆมาให้ เมนูมะพร้าวแก้ว เป็น การถนอมอาหาร อย่างหนึ่ง มะพร้าวแก้ว สามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เสียง่าย เป็น ขนมไทย คุณภาพ อีกเมนูที่ขอแนะนำ

ขนมมะพร้าวแก้ว เมนูขนมไทยยอดนิยม มีวิธีทำที เข้าใจง่าย i99bet ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับคนรักขนม เมนูมะพร้าว ขนมหวานไทย สำหรับพอครัวมือใหม่ และ ผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนผสมสำหรับทำมะพร้าวแก้ว

-มะพร้าว ขูดเป็นเส้นๆ 2 ถ้วย
-น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง
-น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วย
-เกลือ 1/2 ช้อนชา

มะพร้าวแก้ว
วิธีทำขนมมะพร้าวแก้ว

-ตั้งหม้อน้ำ ต้มน้ำลอยดอกมะลิและน้ำตาล เคี่ยวไปเรี่อยๆจนน้ำเชื่อมเริ่มเหนียว จากนั้นใส่เกลือลงไป จากนั้นปิดไฟปล่อยให้เย็น
-นำ มะพร้าวขูด ลงไปผสมในน้ำเชี่อม จากนั้นนำมาพักใส่ถาดและ นำ มะพร้าวขูด จัดใส่แท่นพิมพ์
-เสริฟใส่จานพร้อมรับประทาน ขนมหวานง่ายๆ ทำจากมะพร้าว
เคล็ดลับการทำมะพร้าวแก้ว

-น้ำตาล ให้ใช้ น้ำตาลมะพร้าว หรือ น้ำตาลปี๊บ เนื่องจาก ความหวานของน้ำตาลปี๊บ ให้ความหวานและหอม กว่าน้ำตาลทราย
-สำหรับ มะพร้าว ให้ใช้ เนื้อมะพร้าวแก่ เมนูมะพร้าวแก้ว ต้องให้ เนื้อมะพร้าวแก่ ถ้าใช้เนื้อมะพร้าวอ่อน จะเละ ไม่เป็นเส้น
-สำหรับ มะพร้าว แนะนำ มะพร้าวเพรชบุรี เป็น แหล่งมะพร้าวชั้นยอด ของประเทศไทย เนื่องจากความหวานและหอมมีเอกลักษณ์มาก
-น้ำตาล ใน การเคี้ยวน้ำตาล นั้นเพื่อความกลมกล่อมให้ใส่เกลือลงเล็ดน้อย
แนะนำสูตรขนมไทย

-มะพร้าว และ กะทิ เป็น วัตถุดิบหลัก อย่างหนึ่งของ ขนมไทย มะพร้าวกับขนมไทย เป็นของคู่กัน ตั้งแต่น้ำมะพร้าว มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก่ เนื้อมะพร้าว นำมาคั้นได้น้ำกะทิ น้ำกะทิมีทั้งหัวกะทิ และหางกะทิ

หัวกะทิ คือ น้ำกะทิ ที่คั้นน้ำแรก จะมีความข้นของ น้ำกะทิ สูง ส่วนหางกะทิ ก็จะเป็น น้ำกะทิ น้ำสอง น้ำสาม จะเจือจางความเข้มข้นลง สามารถนำมาใช้ ทำขนมไทย ได้ทั้งหมด เนื้อมะพร้าว ทั้งอ่อนและแก่ก็ ทำขนมไทย ได้ทั้งหมด เราได้แนะนำ สูตรขนมไทย ที่มี ส่วนผสมของมะพร้าว ทั้ง เนื้อมะพร้าว และ น้ำกะทิ ให้เพื่อนๆ ได้ดูเพิ่มเติม มีดังนี้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

ขนมข้าวเกรียบอ่อน ขนมไทย เมนูนึ่งไส้ถั่วเขียวกวนแสนอร่อย

ขนมข้าวเกรียบอ่อน

ขนมข้าวเกรียบอ่อน เป็นขนมขึ้นชื่อของทางภาคตะวันออก โดยเฉพาะชลบุรี เป็นแป้งนึ่งห่อไส้ถั่วเขียวแสนอร่อย

ขนมข้าวเกรียบอ่อน เป็นขนมไทยที่มีสีสันสดใส รสชาติถูกปากอีกหนึ่งเมนู อร่อยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ วิธีทำขนมข้าวเกรียบอ่อน มีเคล็ดลับการทำอย่างไร

สูตรอาหาร เมนูอาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ สูตรขนมไทย ขนมแป้งนึ่ง แบบง่ายๆ คือ ขนมข้าวเกรียบอ่อน หน้าตาและสีสันคล้าย ๆ กับ ขนมถั่วแปบ แต่มีความแตกต่างที่แป้งที่นำมาใช้ทำขนม ขนมถั่วแปบ จะใช้แป้งข้าวเหนียว ส่วน ขนมข้าวเกรียบอ่อนจะใช้แป้งข้าวเจ้า เคล็กลับความอร่อยอยู่ที่ i99bet วัตถุดิบคุณภาพ เทคนิคการเตรียมอาหาร และ การทำขนม สูตรขนมข้าวเกรียบอ่อน ง่ายๆส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำขนมไทย

ส่วนผสมสำหรับทำขนมข้าวเกรียบอ่อน

-ถั่วเขียวผ่าสีซีก 400 กรัม
-เนื้อมะพร้าวขูดฝอย 100 กรัม
-น้ำตาลทราย 500 กรัม
-แป้งข้าวเจ้า 800 กรัม
-แป้งท้าว 200 กรัม
-แป้งมัน 400 กรัม
-หัวกะทิ 500 กรัม
-งาดำคั่ว 3 ช้อนโต้ะ
-น้ำใบเตยคั้นสด 2 ช้อนโต้ะ
-มะพร้าวขูดผอย 200 กรัม

ขนมข้าวเกรียบอ่อน
วิธีทำขนมข้าวเกรียบอ่อน

-เริ่มจากการเตรียมไส้ถั่วเขียว โดยการล้างถั่วเขียวให้สะอาด โดยล้างจนกว่าน้ำล้างถั่วเขียวจะใส และ แช่น้ำทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 4 ชั่วโมง ให้คัดเอาถั่วเขียวที่ลอยน้ำออก เนื่องจากเป็นถั่วเสีย หากนำมาทำขนมจะมีกลิ่นหืนไม่น่ารับประทาน
-จากนั้นนำถั่วเขียวไปนึ่ง ใช้เวลานึ่ง 50 นาที จากนั้นใส่มะพร้าวขูดฝอย 100 กรัมลงไปนึ่งกับถุั่วเขียว อีก 10 นาที รวมเวลานึ่งถั่วเขียวทั้งหมด 1 ชั่วโมง จะได้ถั่วเขียวที่นุ่มและสุก
-จากนั้นนำถั่วเขียวนึ่งมาปรุงรสด้วยน้ำตาล ผสมและกวนถั่วเขียวจะได้ถั่วเขียวนึ่งเนื้อนวลๆ จากนั้นพักเอาไว้ก่อน รอทำแป้ง
-เตรียมมะพร้าวขูดคั่ว โดยตั้งกระทะ นำเนื้อมะพร้าวขูดลงไปคั่วให้แห้งและเหลืองกรอบ อร่อย จากนั้นก็พักเอาไว้ก่อน
-เตรียมแป้งนึ่ง โดย ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม และแป้งมันเข้าด้วยกัน ใส่หัวกะทิลงไป ผสมให้ส่วนผสมละลายเข้ากัน ใส่น้ำตาลทรายลงไป 500 กรัม และ งาดำคั่ว หมักทิ้งไว้ 45 นาที และ กวนให้เนื้อแป้งเข้ากัน
-เตรียมหม้อนึ่ง โดย นำผ้าขาวคอทต้อน ขึงที่ปากของหม้อนึ่ง และ เจาะรูให้มีที่ระบายไอน้ำ ใส่น้ำครึ่งหม้อ และต้มให้น้ำเดือด
-เริ่มทำขนมโดย เทแป้งลงไปบนผ้านึ่งให้เป็นแผ่นกลมๆ ความหนาพอดี ไม่หนาและไม่บางเกินไป นึ่งประมาณ 20 วินาที วางไส้ถั่วเขียวบนแป้งนึ่ง และ ห่อทับ เสริฟใส่จาน ก็รับประทานได้
เคล็ดลับการทำขนมข้าวเกรียบอ่อน

-แป้ง ต้องใช้แป้งข้าวเจ้า แป้งเท้ายายม่อม และ แป้งมัน ผสมในอัตราส่วนที่พอดี การนวนแป้ง ให้หมักทิ้งไว้ให้แป้งอิ่มน้ำเนื้อแป้งจึงจะเข้ากัน เวลานึ่งแป้งจึงจะได้ตามที่ต้องการ
-ถั่วเขียว ให้เลือกถั่วเขียวผ่าซีกแบบใหม่ๆ ยิ่งใหม่ถั่วยิ่งอร่อย โดยต้องนำถั่วไปล้างให้สะอาด ล้างจนน้ำใส และ แช่น้ำทิ้งไว้ 4 ชั่วโมง และ ต้องคัดเอาถั่วเสียออกด้วย ถั่วเสียจะลอยน้ำ ให้คัดออก หากนำถั่วเขียวเสียมาทำขนม ถั่วเขียวจะมีกลิ่นหืน
-มะพร้าวขูด ให้ใช้เนื้อมะพร้าวใหม่ๆขูดจะได้มะพร้าวที่หอมอร่อยนุ่ม
-กะทิ ให้เลือกใช้น้ำกะทิคั้นจากเนื้อมะพร้าวขูดแบบสดๆ ความสดของน้ำกะทิจะทำให้อาหารอร่อยๆ และ หอมแบบธรรมชาติ
-งาดำ ต้องนำมาคั่วเอง คั่วแบบสดๆ จะได้งาที่มีความหอมอร่อย
-น้ำใบเตย ให้เลือกใช้ใบเตยนำมาคั้นน้ำสีเขียว ไม่ใช้สีผสมอาหาร เราจะได้อาหารที่มาจากธรรมชาติจริงๆ
-ผ้าสำหรับใช้ขึงปากหม้อ ต้องใช้ผ้าโทเล ผ้าแบบเสื้อนักเรียน หรือผ้าที่มีเนื้อละเอียดจึงจะทำให้ผ้าไม่ติดแป้ง และต้องขึงให้ผ้าตึงๆ
-น้ำที่ใช้ในการนึ่งต้องใส่ให้มากหน่อย และใช้น้ำเดือด จึงจะทำให้ไอน้ำดันแป้งให้สุดและไม่ติดผ้า

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com…

ข้าวเหนียวแก้ว นมสดขนมไทยประยุกต์หวานนุ่มหอมอร่อย

ข้าวเหนียวแก้ว

ข้าวเหนียวแก้ว ข้าวเหนียวแก้วของหวานทำง่าย วิปปิ้งครีมแทนกะทิ มีความหอมมีความอร่อยที่ลงตัว

ข้าวเหนียวแก้ว  ของหวานทำง่ายใช้วัตถุดิบที่มีในบ้านก็ทำได้แล้ว วันนี้ทำสีเขียวใบเตยและใช้วิปปิ้งครีมแทนกะทิ มีความหอม มีความอร่อยที่ลงตัว

ส่วนผสม ข้าวเหนียวแก้ว

• ข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง (แช่น้ำอย่างน้อย 4 ชั่วโมง)
• น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
• วิปปิ้งครีม 1/2 ถ้วยตวง
• เกลือ 1/2 ช้อนชา
• น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำใบเตย 1/4 ถ้วยตวง
• งาขาวกับงาดำ

ข้าวเหนียวแก้ว

วิธีทำข้าวเหนียวแก้ว

• เทน้ำตาลทราย วิปปิ้งครีม เกลือ น้ำปูนใส และน้ำใบเตยลงในกระทะ คนไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาลละลายหมดแล้วก็เคี่ยวต่ออีกสักครู่

• ใส่ข้าวเหนียวลงไปแล้วคนให้เข้ากัน ตอนนี้ข้าวเหนียวเริ่มดูดซับน้ำ คนเรื่อย ๆ จนน้ำเริ่มแห้ง

• เวลาที่เราใช้ไม้พายคนจะเห็นได้ชัดว่าข้าวเหนียวเริ่มจับตัวกันเป็นก้อน ปิดไฟได้แล้วค่ะ เสร็จแล้ว

• คั่วงาขาวกับงาดำให้หอมก่อนโรยหน้านะคะ

• กด subscribe ติดตามช่องยูทูบของ Kitty Chef ด้วยนะคะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

มาม่าไข่ตุ๋น ปลากระป๋องไมโครเวฟ เมนูด่วนจี๋ ทำง่าย ๆ ดูดีเว่อร์

มาม่าไข่ตุ๋น

มาม่าไข่ตุ๋น  ยามสิ้นเดือนมนุษย์คอนโดอย่างเราขาดไม่ได้เลยคือ อาหารเส้นอย่างมาม่า

มาม่าไข่ตุ๋น แต่ถ้าจะให้ กินมาม่า ต้มใส่น้ำเปล่า ตามด้วย เครื่องปรุง ก็เบื่อเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นมาลอง เมนูมาม่า ไข่ตุ๋น ปลากระป๋องไ มโครเวฟสูตรจาก คุณ Rita_Bunny สมาชิกเว็บไซต์ พันทิปดอทคอม จับมาม่าใส่ทั้งไข่และ ปลากระป๋อง เพิ่ม สารพัดผัก อย่างถั่วลันเตา แครอท ข้าวโพด และมะเขือเทศ โรยผักชีลงไป เสร็จแล้ว ก็นำเข้าไ มโครเวฟ เพื่อน ๆ จะกินเพียว ๆ หรือกินกับข้าว สวยก็ได้ค่ะ

ส่วนผสม มาม่าไข่ตุ๋นปลากระป๋องไมโครเวฟ

บะหมี่  กึ่งสำเร็จรูความป (รสหมูสับขนาดจัมโบ้) 1 ซอง
ปลาแมคเคอเรล ในซอสมะเขือเทศ (หรือปลาซาร์ดีน) 1 กระป๋อง
ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำเปล่า 2 ถ้วย
ถั่วลันเตา
แครอท
ข้าวโพด
มะเขือเทศ
ผักชี
ข้าวสวย

มาม่าไข่ตุ๋น

วิธีทำมาม่าไข่ตุ๋นปลากระป๋องไมโครเวฟ

1. ขยำเส้นมาม่าแล้วใส่เครื่องปรุงลงไป ตามด้วย ปลากระป๋อง ใช้ส้อมบี้ให้แหลก ใส่ไข่ไก่ และเติมน้ำเปล่าลงไป

2. ใส่ถั่วลันเตา แครอท และข้าวโพดลงไปคนให้เข้ากัน (คนเบา ๆ) ปิดฝา นำเข้า ไมโครเวฟ ใช้ไฟแรง 300 วัตต์ ประมาณ 15 นาที

3. นำออกจากไมโครเวฟ ตกแต่ง ด้วยมะเขือเทศและผักชี จัดเสิร์ฟ กับ ข้าวสวย

ขอบคุรแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

ขนมโค วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ขนมโค

ขนมโค เป็นขนมโบราณที่อร่อยอีกเมนูหนึ่งเลยค่ะ จะใช้แป้งข้าวเหนียวเพียว ๆ

ขนมโค  หรือเอาแป้งข้าวเหนียวผสมเผือก หรือหยดสีสันต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้แป้งมีสีสวย ๆ ก็ได้นะคะ ด้านในห่อน้ำตาลแว่น พอลวกจนสุกก็เอาไปคลุกกับมะพร้าวขูด

ส่วนผสม

• แป้งข้าวเหนียว
• น้ำตาลแว่น
• มะพร้าวขูด (เราหาไม่ได้เลยเอาเนื้อมะพร้าวทึนทึกมาสับ ๆ)
• เผือกหอมนึ่ง
• เกลือป่นเล็กน้อย (ใช้สำหรับคลุกกับมะพร้าวขูด)
• เฮลซ์บลูบอยสีแดง (สีอื่น ๆ หรือน้ำคั้นจากผักสีธรรมชาติ) ไม่ใส่ก็ได้

ขนมโค

วิธีทำ

• ใช้ช้อนกับส้อมบดเผือกนึ่งเสร็จแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดผสมกันจนเป็นก้อน ถ้าส่วนผสมแห้งเกินไปก็เติมน้ำเข้าไปได้ค่ะ ถ้ารู้สึกว่าเหนียวไปก็ต้องเติมแป้งเพิ่ม ขั้นตอนนี้อาศัยการกะประมาณเอาล้วน ๆ เมนูนี้เลยไม่ได้มีอัตราส่วนมาให้ดูกัน ต้องขออภัยด้วยค่ะ ถ้าต้องการแป้งสีชมพูก็เอาน้ำหวานสีแดงผสมน้ำเปล่าเทใส่ลงไปแล้วนวดจนเข้ากัน ขั้นตอนนี้มือเราเลอะเลยไม่ได้ถ่ายเอาไว้เลย

• แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ๆ ปริมาณของแป้งจะต้องมากพอที่จะหุ้มน้ำตาลที่ตัดเตรียมไว้ได้นะคะ

• เมื่อปั้นเป็นก้อนกลมแล้วก็แผ่เป็นแผ่นบางตามรูปเลยค่ะ กะความหนาให้พอดี สำหรับเราถ้าแป้งหนาไปรู้สึกว่ารสชาติไม่พอดีค่ะ แต่ถ้าแป้งบางไปไส้น้ำตาลจะทะลักได้

• วางน้ำตาลลงไปแบบนี้แล้วก็คลึงให้เป็นก้อนกลม ๆ อีกครั้ง

• ปั้นเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นแบบนี้

• ขั้นต่อไปเรามาเตรียมน้ำสำหรับลวกขนมกันค่ะ เติมน้ำสะอาดใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟกลางรอจนน้ำเดือด อย่าลืมกะขนาดของหม้อและปริมาณของน้ำให้เหมาะกับปริมาณของขนมที่จะนำลงไปลวกด้วยนะคะ

• เมื่อน้ำเดือดได้ที่แล้วนำขนมโคลงไปลวก ตอนเอาลงไปใหม่ ๆ ตัวขนมจะจมอยู่ก้นหม้อค่ะ เมื่อเห็นขนมลอยขึ้นมาแล้วให้เตรียมกระชอนไว้ตักได้เลย

• ตักขึ้นมาอย่างกับไข่งานกาชาด

• นำขนมที่สุกแล้วไปแช่น้ำเย็นไว้ครู่หนึ่งกันขนมติดกันค่ะ (เราไม่ชอบให้ขนมติดกันเลยใช้วิธีนี้ แต่สูตรเดิมคือไม่ต้องแช่น้ำค่ะ)

ขั้นสุดท้ายนี้ ตักขนมขึ้นมาเตรียมเสิร์ฟในจาน นำมะพร้าวขูดคลุกกับเกลือป่นเล็กน้อยพอให้มีรสเค็ม ๆ มัน ๆ แล้วนำไปคลุกกับตัวขนมหรือจะโรยแบบเราก็ได้เลยค่ะ

รับขนมโคไปกินสักลูกไหมคะ อยากจะบอกว่ารสเค็ม ๆ มัน ๆ ของมะพร้าวตัดกับความหวานของน้ำตาลแว่นและความหนึบของแป้งได้เป็นอย่างดี ทำกินเมื่อไรแป๊บ ๆ ก็หมดเร็วทุกที

ป.ล. ส่วนผสมและวิธีทำข้างต้นนี้เราอาศัยครูพักลักจำจากแม่มานะคะ ใครอยากแนะนำหรือติชมอะไรเพิ่มเติมก็บอกกันได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

 …

ทองโปร่ง ขนมไทยพร้อมสูตร ที่ประดิษฐ์โดย “ท้าวทองกีบม้า”

ทองโปร่ง

ทองโปร่ง จนตำรับเป็นที่เผยแพร่โดยทั่วไปและตกทอดสู่อนุชนรุ่นหลัง ถือเป็นหนึ่งในวัฒนธรรมโปรตุเกสที่แพร่เข้าสู่สังคมไทยด้วยเหตุนี้ท้าวทองกีบม้า

ทองโปร่ง จึงได้การยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งขนมไทย” โดยขนมที่เชื่อว่าท้าวทองกีบม้าได้ดัดแปลงเป็นขนมหวานของไทยนั้น มีดังต่อไปนี้

ส่วนผสม

ไข่แดง 4 ฟอง
น้ำตาลทรายป่น 3/4 ถ้วย
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
วานิลลา

ทองโปร่ง

วิธีทำ

วอร์มเตา 150 องศา
ตีไข่แดงจนฟู ทยอยใส่น้ำตาลทีละนิดจนหมด และใส่วานิลลา
ร่อนแป้งสองรอบก่อน แล้วเอามาผสมกับไข่
เอาพิมพ์ทาน้ำมันบางๆ เข้าเตาอบไปก่อน 2-3 นาที แล้วเอาออกมาหยอดแป้งลงไป 3/4 ของพิมพ์
เอาเข้าเตา 12-15 นาที แล้วก็รอชิมตอนมันเย็นได้เลย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://food.mthai.com/

ขนมครองแครงกะทิสด (แครอทม่วง) วิธีทำขนมไทยในน้ำกะทิสด

ขนมครองแครงกะทิสด

ขนมครองแครงกะทิสด  ไปซื้อแครอทม่วงรอกันเลยยดีไหม จะได้เอามาทำเมนูครองแครงกะทิสด

ขนมครองแครงกะทิสด  สูตรจาก คุณ Kitty Chef สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ใส่น้ำแครอทม่วงผสมกับแป้งครองแครง กินกับกะทิใบเตยหอมอร่อย

ส่วนผสม ครองแครงกะทิสดสีม่วง

• แครอทม่วง
• แป้งมัน 100 กรัม
• กะทิ 200 กรัม
• ใบเตย
• น้ำตาลทราย 50 กรัม
• เกลือหยิบมือ
• งาขาวคั่ว

ขนมครองแครงกะทิสด

วิธีทำครองแครงกะทิสดสีม่วง

1. ปอกเปลือกแครอทม่วง หั่นเป็นชิ้น เอาไปต้มในน้ำเดือด จะได้น้ำสีม่วง ยิ่งต้มนานสียิ่งเข้มขึ้น เตรียมไว้
2. ร่อนแป้งมัน แบ่งส่วนหนึ่งใส่น้ำแครอทม่วงต้มเดือด (ต้องเป็นน้ำเดือด) ใช้ช้อนนวดแป้งกับน้ำให้จับตัวเป็นก้อน จากนั้นก็ใช้มือนวดต่อจนแป้งเนียนเข้ากันดี ส่วนตัวครองแครงสีขาวก็นวดแป้งมันส่วนที่เหลือ ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ใช้แป้งนวลโรยบนพิมพ์ จากนั้นกดแป้งลงบนพิมพ์ ค่อย ๆ ม้วนแป้งก็จะได้ตัวครองแครง เสร็จแล้วเอาไปต้มในน้ำเดือด พอสุกตัวครองแครงจะลอยขึ้น ตักขึ้นน็อกน้ำเย็น
3. ต้มกะทิ ใส่ใบเตยเพิ่มกลิ่นหอม น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มให้เดือด คนจนน้ำตาลละลายดี ตักครองแครงสะเด็ดน้ำใส่ลงไป ตักใส่ถ้วย โรยงาขาวคั่ว

ขอบคุรแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/