ส้มตำไทยไข่เค็ม อร่อยเด็ด สุดฟิน

จะกินไข่เค็มธรรมดา

จะกินไข่เค็มธรรมดา หรือข้าวต้มแสนจะจืดชืด จับมาทำเมนูส้มตำไทยไข่เค็มเพิ่มความแซ่บดีกว่า อร่อยเด็ดที่กุ้งแห้งและถั่วคั่ว ยิ่งถ้าได้ไข่แดงเค็มเป็นน้ำมันเยิ้ม ๆ ออกมาละก็ฟินสุดใจเลยล่ะ

จะกินไข่เค็มธรรมดา ก็เชยๆ ต้องกินเมนูนี้

ส่วนผสม 

-มะละกอสับ

-ไข่เค็ม​ 1 ฟอง

-มะเขือเทศ ​3 ลูก

-พริกขี้หนู ​

-กระเทียม ​1ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนชา

-ถั่วฝักยาว 2 ฝัก

-น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 4 ช้อนโต๊ะ

-กุ้งแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วลิสง​ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-โขลกพริก กระเทียม น้ำตาลปี๊บ และถั่วฝักยาวพอแหลก

-ใส่ไข่เค็มลง​1/2 ฟอง ​(​ที่เหลือเอาไว้​เสิร์ฟ) ตามด้วยมะเขือเทศกับกุ้งแห้ง

-ปรุงรสด้วยน้ำปลากับน้ำมะนาว คลุกส่วน​ผ​สมให้เข้ากัน ใส่มะละกอลงไป โขลกพอเข้ากัน ตักใส่จาน โรยกุ้งแห้ง ถั่วลิสง ​และไข่เค็ม

ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะกินอะไร แนะนำส้มตำไทยไข่เค็ม อิ่มคุ้มแน่นอน…

“เอ็นข้อไก่เร้าใจพริกไทยดำ” เมนูอร่อยเพลินทำได้ง่ายนิดเดียว

เพิ่มความอร่อย

เติมสีสัน เพิ่มความอร่อย ให้เอ็นข้อไก่ทอดดูไม่จำเจ กับเมนู “เอ็นข้อไก่เร้าใจพริกไทยดำ” ซึ่งเติมรสชาติความเผ็ดร้อน พร้อมกลิ่นหอมฟุ้งยั่วน้ำลาย ด้วยซอสพริกไทยดำ ชวนยั่วน้ำลายคนทั้งบ้านกันไปเลย

เพิ่มความอร่อย

เพิ่มความอร่อย  ให้เอ็นข้อไก่ทอดดูไม่จำเจ

ส่วนผสม

-ข้อไก่1กิโลกรัม

-แป้งชุบทอด1ถุง

-ซอสพริกไทยดำ

-น้ำมันพืช สำหรับทอด

-ต้นหอมซอย1ต้น

วิธีทำ

-นำข้อไก่มาคัด โดยเอากระดูกออกให้เหลือแต่ส่วนเอ็น แล้วนำไปล้างแบบผ่านน้ำให้สะอาด และนำไปพักให้สะเด็ดน้ำ​

-จากนั้นนำแป้งชุบทอด เทลงไปในชามเอ็นข้อไก่ที่เตรียมไว้ แล้วคลุกให้เข้ากัน

-นำกระทะขึ้นตั้งไฟ ใส่น้ำมันลงไป พอน้ำมันร้อน ค่อยๆ ใส่เอ็นข้อไก่ชุบแป้งทีละชิ้น เพื่อไม่ให้ติดกันเป็นก้อน​

-โดยการทอดรอบแรก ทอดแค่พอเหลืองสุก แล้วน้ำขึ้นมาพักไว้สักครู่​

-นำเอ็นข้อไก่ที่พักไว้ลงไปทอดซ้ำอีกรอบ จนสีเข้มขึ้น แล้วรีบตักขึ้นจากกระทะ พักให้สะเด็ดน้ำมัน เคล็ดลับ การทอดซ้ำสองรอบจะทำให้เอ็นข้อไก่กรอบยิ่งขึ้น​

-มาถึงขั้นตอนการคลุกซอส เทซอสพริกไทยดำลงผัดในกระทะ จากนั้นปิดไฟ แล้วใส่เอ็นข้อไก่ทอดลงไป แล้วคลุกให้เข้ากัน​

-โรยต้นหอมซอย คลุกอีกรอบให้เข้ากัน แล้วจัดใส่จาน เท่านี้ก็ได้ “เอ็นข้อไก่เร้าใจพริกไทยดำ” ที่อร่อยพร้อมเสิร์ฟแล้ว

เป็นอย่างไรบ้างคะ เมนูนี้ทำง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะ อร่อยและน่าทาน รสชาติเผ็ดร้อน และกลิ่นหอมสะกดใจ…

อร่อยแบบมิกซ์ๆ “อะโวคาโดน้ำกะทิ” เมนูขนมไทยลูกครึ่ง

ความอร่อยแบบมิกซ์ๆ

ความอร่อยแบบมิกซ์ๆ มาฝากกันค่ะ ใครที่ชื่นชอบอะโวคาโด ที่อาจจะคุ้นเคยในรูปแบบของรสชาติอาหารคาว คราวนี้เราจะพามาลองชิมอะโวคาโดน้ำกะทิ ขนมหวานแบบไทย ๆ กันดูบ้าง ว่าจะอร่อยถูกปากขนาดไหน ทำง่ายไม่ซับซ้อน เหมาะกับสาว ๆ มือใหม่มากเลยทีเดียว

ความอร่อยแบบมิกซ์ๆ

ความอร่อยแบบมิกซ์ๆ มาฝากกัน

ส่วนผสม

-อะโวคาโด 2 ผล

-กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง

-น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัม

-ใบเตย 3 – 4 ใบ

-เกลือป่น 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

-เทกะทิ ตามด้วยน้ำตาลมะพร้าว เกลือป่น และใบเตย ใส่ลงในหม้อต้ม

-นำหม้อขึ้นตั้งไฟ โดยใช้ไฟกลาง ใช้ทัพพีหรือไม้พายหมั่นคนไม่ให้น้ำตาลเป็นก้อน คนจนส่วนผสมละลายเข้ากัน นำหม้อยกออกจากเตา

-หั่นอะโวคาโดเป็นชิ้นพอคำ ตักใส่ถ้วย

-ตักน้ำกะทิที่พักไว้ ใส่ลงในถ้วยอะโวคาโด ถ้าชอบรสชาติหวานเย็น สามารถเติมน้ำแข็งได้ตามชอบ

ความอร่อยแบบมิกซ์ๆ

อะโวคาโด
เป็นผลไม้ที่มีวิตามินอีสูง และยังมีสารอาหารอีกมากมาย แถมยังช่วยลดคอเลสเตอรอลตัวร้าย ใน ร่างกายได้อีกด้วย เห็นประโยชน์ดี ๆ แบบนี้แล้ว มาทานอะโวคาโดกันเยอะ ๆ นะคะ…

แหนมเนือง สูตรต้นตำรับจากเวียดนาม พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

ราดน้ำจิ้มหวาน

ชุดใหญ่ไฟกระพริบ …. กับเมนูแหนมเนือง อาหารเวียดนามเครื่องมากมาย หมูย่างหอมๆ ห่อแป้งเปาะเปี๊ยะพร้อมผักสด ราดน้ำจิ้มหวาน เอาละ… เชิญชวนเพื่อนมาล้อมวงความอร่อยได้เลย

คนไหนชื่นชอบทานอาหารเวียดนาม เช่นเดียวกันบ้าง โดยยิ่งไปกว่านั้นเมนูแหนมเนือง วันหยุดลองมาทำกินเองดีไหม เราจะขอนำเสนอวิธีการทำแหนมเนือง มาพร้อมวิธีทำหมูย่างแหนมเนืองรวมทั้งน้ำปรุงรสแหนมเนือง แกล้มกับผักสด กินกับน้ำจิ้มแหนมเนืองกลมกล่อมละมุนละไม

ห่อแป้งเปาะเปี๊ยะพร้อมผักสด ราดน้ำจิ้มหวาน สูตรต้นตำรับจากเวียดนาม

ส่วนผสม ชุดแหนมเนือง

-หมูย่างแหนมเนือง

-แป้งเปาะเปี๊ยะญวน (ตัดเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส)

-น้ำจิ้มแหนมเนือง

-เครื่องเคียงแหนมเนือง เช่น ผักสดหั่นชิ้นเล็ก เช่น กล้วยน้ำว้าดิบ, มะเฟืองหวาน, กระเทียม, พริก

-ผักสดสำหรับกินแกล้ม เช่น ผักแพรว, ใบสะระแหน่, ใบโหระพา, ผักกาดหอม

-ขนมจีน หรือเส้นหมี่ลวกสุก

ส่วนผสม หมูย่างแหนมเนือง

-หมูติดมันบด 500 กรัม (แช่เย็นจัดเพื่อให้ส่วนผสมเหนียว)

-กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

-ผงฟู 1 ช้อนชา

-เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา

-น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเย็นจัด 2 ช้อนโต๊ะ

-แป้งข้าวโพด 1 ช้อนโต๊ะ

ส่วนผสม น้ำจิ้มแหนมเนือง

-ข้าวเหนียวดิบ 1 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วเขียวเราะเปลือก 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำ (สำหรับต้มข้าว) 4 ถ้วย

-เม็ดเต้าเจี้ยวบด 2 ช้อนชา

-ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกชี้ฟ้าแดงบดละเอียด

-เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลปี๊บ หรือน้ำตาลทราย 2-3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ

-น้ำส้มสายชู 4 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วลิสงบดหยาบ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำหมูย่างแหนมเนือง

-ใส่หมูบดแช่เย็นจัดลงในเครื่องผสมอาหารหรือเครื่องปั่น ตามด้วยกระเทียมสับ ผงฟู เกลือ น้ำปลา น้ำตาลทราย พริกไทย น้ำมันพืช และน้ำเย็นเล็กน้อย ปั่นให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเนียนละเอียด นำใส่ภาชนะแล้วนวดอีกครั้ง ปิดด้วยพลาสติกถนอมอาหารแล้วนำไปแช่เย็น หมักทิ้งไว้อย่างน้อย 2 ชั่วโมง

-เมื่อครบเวลานำหมูบดออกมา ใส่แป้งข้าวโพดลงไป นวดให้เข้ากันเป็นเนื้อเนียนและส่วนผสมเหนียว จากนั้นปั้นส่วนผสมเป็นลูกกลม ๆ เหมือนลูกชิ้น หรือปั้นเป็นแท่งยาว ๆ เสียบไม้ เตรียมไว้

-นำหมูที่ปั่นไว้ไปนึ่งจนสุก จากนั้นนำไปย่างต่อ หรือนำเข้าเตาอบ จนมีกลิ่นหอมและเป็นสีเหลืองสวย เตรียมไว้

วิธีทำน้ำจิ้มแหนมเนือง

-ต้มข้าวเหนียวกับถั่วเขียวในน้ำด้วยไฟกลางจนสุกนิ่ม พักไว้จนอุ่นแล้วนำไปปั่นจนเนียน

-เทกลับใส่หม้อ ใส่เต้าเจี้ยวบด ซีอิ๊วดำ พริกบด เกลือ น้ำตาลปี๊บ น้ำมะขามเปียก และน้ำส้มสายชู เปิดไฟเคี่ยวจนเดือด ชิมรสตามชอบ

-ตักน้ำจิ้มใส่ถ้วย โรยถั่วลิสงคั่วบดลงไป เสิร์ฟพร้อมชุดแหนมเนือง

เที่ยงตรง ของวันนี้เชิญชวนผองเพื่อนมาสนุกสนานกับการห่อแหนมเนืองกันเหอะ มีอีกทั้งวิธีการทำหมูย่างแหนมเนืองแล้วก็น้ำจิ้มแหนมเนือง ทำเองรับประกันอิ่มคุ้ม…

“กล้วยหอมธัญพืช” เมนูของคนรักสุขภาพ

คนกินเจหรือมังสวิรัติ

เมนูอาหารว่าง เหมาะกับ คนกินเจหรือมังสวิรัติ ต้องเมนูนี้เลย “กล้วยหอมทอดธัญพืช” ซึ่งรสหวานจากกล้วยและกลิ่นหอมจากงา รับรองว่าไม่แค่หนึ่งต้องมีสองแน่นอน ปะๆๆ ลงมือกันเถอะ

เมนูของ คนกินเจหรือมังสวิรัติ

 

ส่วนผสม

-กล้วยหอม2 – 3ลูก

-งาดำ1/2ถ้วย

-งาขาว1/2ถ้วย

-ธัญพืชอบกรอบ1ถ้วย

-เม็ดมะม่วงหิมพานต์ทุบหยาบ1/2ถ้วย

-ลูกเกด1/4ถ้วย

-น้ำตาลทรายแดง3ช้อนโต๊ะ

-แป้งชุบทอด1/2ถ้วย

-น้ำเปล่าสำหรับละลายแป้ง

-น้ำมันพืชสำหรับทอด

วิธีทำ

-ผสมงาขาว งาดำ เม็ดมะม่วงหิมพานต์สับหยาบ และธัญพืชอบกรอบเข้าด้วยกัน ใส่ไว้ในชามผสม พักไว้

-หั่น กล้วยหอม เป็นท่อนขนาดพอดีคำ (ปอกเปลือกออก)

-จากนั้นให้นำ แป้งสำหรับชุบทอด ใส่ในถ้วยหรือชามผสม ตามด้วยนำ้สะอาด คนให้แป้งข้นกำลังดี

-นำกล้วยหอมหั่นชิ้นที่เตรียมไว้ ลงชุบกับแป้งสำหรับทอด

-นำกล้วยที่ชุบแป้งทั่วแล้ว ลงไปคลุกกับธัญพืชที่ผสมรวมไว้ในข้อแรก คลุกให้ส่วนผสมเคลือบจนทั่วทั้งชิ้นกล้วย จัดใส่จานเตรียมสำหรับลงทอด

-นำกระทะตั้งเตาด้วยไฟอ่อน ใส่น้ำมันสำหรับทอดลงไป รอให้ร้อนได้ที่ จากนั้นนำกล้วยธัญพืชลงทอดโดยใช้เวลาประมาณ 1 – 2 นาทีเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ธัญพืชกรอบไหม้จนเกินไป จากนั้นนำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

-ก่อนเสิร์ฟเรามาทำซอสหวานราดกล้วยธัญพืช เพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ำหอมหวานยิ่งขึ้น ด้วยการนำน้ำตาลทรายแดงละลายกับน้ำร้อนเล็กน้อย จะผสมน้ำเชื่อมอีกสักหน่อยก็ไม่เสียรสชาติค่ะ

-ขั้นตอนสุดท้าย จัดวางกล้วยธัญพืชให้สวยงาม ราดด้วยซอสน้ำตาลทรายแดง โรยด้วยลูกเกดปิดท้าย พร้อมเสิร์ฟความอร่อย

กล้วยกินได้กินดีทุกเทศกาล
ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลกินเจในช่วงนี้ หรือจะเป็นโอกาสอื่น ๆ การกิน “กล้วย” ก็ถือเป็นประโยชน์ดี ๆ ต่อร่างกายได้เช่นกัน เพราะกล้วยมีวิตามิน และประกอบไปด้วยสารอาหารที่ให้พลังงานต่อร่างกาย กินกล้วยในตอนเช้า 1 ผล ก็ทำให้อิ่มท้องยาวนานไปหลายชั่วโมง เหมาะสำหรับคนที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ๆ หรือสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก การเลือกกินกล้วยในตอนเช้าก็ช่วยให้ได้ผลดีเช่นกัน นอกจากนี้กล้วยยังช่วยเรื่องระบบการขับถ่ายให้ทำงานได้ตามปกติ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับสูตรอาหารหวานสำหรับมื้อเจมื้อนี้ ลองนำไปทำในมื้อว่างของคุณรับรองว่าจะติดใจจนยกให้เป็นเมนูอาหารว่างประจำบ้านกันเลยล่ะค่ะ…

“กระเพาะปลา” เมนูล้อมวงอีกเมนูนึง ที่ทุกคนในบ้านติดอกติดใจ กันถ้วนหน้า

จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้

มั่นใจว่ามีหลายครอบครัวที่ถูกอกถูกใจทานเมนู “กระเพาะปลา” แม้กระนั้นก็รู้สึกว่ามีขั้นตอนยุ่งยากเหลือเกินไหมที่จะทำเมนูนี้ บอกเลยค่ะว่าเมนูอร่อยเมนูนี้มิได้ยุ่งยากอย่างที่คิด ยิ่งเริ่มเข้าอากาศหนาวหรือไม่ก็ตามก็สามารถทานได้ “กระเพาะปลา” อุ่นๆสักถ้วยคงจะดีไม่ใช่น้อย หากพร้อมแล้ว เรามาเริ่ม จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้ กันได้เลยค่ะ

เตรียม จดสูตรอร่อยของถ้วยนี้ “กระเพาะปลา” 

ส่วนผสม

-กระเพาะปลา 1 ถ้วย

-เห็ดหอมสด 1/2 ถ้วย

-หน่อไม้สดหั่นเส้น 1/2 ถ้วย

-เนื้อไก่หั่นชิ้น 1/2 ถ้วย

-เลือดไก่ 4 ช้ินเล็ก

-ไข่นกกระทา 2 ลูก

-โครงไก่ 1 โครง

-รากผักชี 1 ราก

-ขิงฝาน 2 ชิ้น

-พริกไทยดำเม็ด 1 ช้อนชา

-ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ

-เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ

-ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ

-แป้งมันละลายน้ำ 1/2 ถ้วย

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-เกลือป่นเล็กน้อย

-พริกไทยป่นเล็กน้อย

-ผักชีสำหรับโรยหน้า

วิธีทำ

-เริ่มด้วยการนำกระเพาะปลาแช่ในน้ำสะอาดให้นิ่ม จากนั้นบีบน้ำออกจากกระเพาะปลา ล้างให้สะอาดอีกครั้ง พักไว้

-นำหม้อใส่น้ำสะอาดประมาณ 3 – 4 ถ้วย ขึ้นตั้งไฟกลาง จากนั้นใส่โครงไก่ลงไปต้มจนเดือด ระหว่างรอน้ำเดือดให้ใส่ขิงฝาน พริกไทยเม็ดและรากผักชีทุบหยาบลงต้มให้ได้กลิ่นหอมของน้ำซุป (หากมีเวลาให้เคี่ยวนานประมาณ 30 นาที) เมื่อน้ำซุปเดือดได้ที่ให้ปิดเตา กรองน้ำซุปใสพักไว้ในถ้วย เตรียมสำหรับทำกระเพาะปลา

-นำน้ำซุปที่พักไว้ใส่หม้อ ตั้งไฟอีกครั้ง เมื่อน้ำเดือดให้ใส่เลือดไก่ ไข่นกกระทา เห็ดหอมสด หน่อไม้ เนื้อไก่และกระเพาะปลาลงต้มจนเดือด

-ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย เกลือป่น ชิมรสชาติให้ได้รสกลมกล่อม

-เติมเหล้าจีนและค่อย ๆ ในแป้งมันที่ละลายน้ำไว้ทีละน้อยจนหมด คนส่วนผสมในหม้อให้เข้ากัน สังเกตว่ากระเพาะปลาจะได้น้ำข้นเหนียวได้ที่ค่อยปิดเตา

-ก่อนเสิร์ฟกระเพาะปลาให้โรยหน้าด้วยผักชีและพริกไทยเล็กน้อย พร้อมซอสเปรี้ยวและน้ำส้มปรุงรสให้อร่อยยิ่งขึ้น

เราเชื่อว่าถูกปากทุกคนในครอบครัวแน่นอนค่ะ เป็นเมนูที่ทุกคนในบ้านต่างต้องพร้อมน่าพร้อมตา ในการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างแน่นอน จะเรียกได้ว่า หนึ่งไม่พอของ สองได้ไหม อิ่มอร่อยกันถ้วนหน้า…

“เมี่ยงปลาทูน่า” เมนูควบคุมน้ำหนัก เหมาะกับสาวๆที่กำลังอยากลดน้ำหนัก

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

ถ้าอยากจัดจานแซ่บกินแกล้มกับเครื่องดื่มชื่นใจ ต้องจานนี้เลยค่ะ  “เมี่ยงปลาทูน่า” ใครเป็น สายทานของแซ่บ หรือ กำลังควบคุมน้ำหนักอยู่ ละก็ บอกเลยว่าต้องไม่พลาดนะคะคุณ จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ

จานนี้แซ่บจริงๆค่ะ ต้อง “เมี่ยงปลาทูน่า”

ส่วนผสม

-ปลาทูน่ากระป๋องในน้ำเกลือ 1 กระป๋อง

-มะม่วงเปรี้ยวหั่นชิ้นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-หอมแดงซอยหรือหั่นชิ้นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-ขิงอ่อนหั่นเต๋า 3 ช้อนโต๊ะ

-กระเทียมสับ 2 ช้อนโต๊ะ

-ถั่วลิสงอบสำเร็จรูป 3 ช้อนโต๊ะ

-ผักกาดแก้ว 1 หัว

-พริกขี้หนูซอย 3 ช้อนโต๊ะ

ใบสะระแหน่ 1 ต้น

-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

วิธีทำ

-เทน้ำเกลือในปลาทูน่ากระป๋องออก จากนั้นนำปลาทูน่าใส่หม้อ ตั้งไฟอ่อน รวนพอสุก ตักใส่จานพักไว้

-ผสมน้ำมะนาว น้ำตาล และน้ำปลาคนให้เข้ากันจนละลาย

-ใส่ตะไคร้ซอย หอมแดง พริกขี้หนูและกระเทียมสับ ลงไปผสมในน้ำยำให้เข้ากัน

-จัดผักและขิงอ่อน ถั่วลิสง มะม่วงเปรี้ยวใส่จาน วางคู่ปลาทูน่า และน้ำยำ เสิร์ฟเคียงกัน เวลารับประทานให้จัดเป็นคำ ใส่เครื่องทั้งหมดห่อเป็นคำ เท่านี้ก็อร่อยแซ่บถึงใจกับเมนูนี้ค่ะ

อร่อยแซ่บแบบนี้ แถมใช้เวลาไม่นานก็ทานได้แล้ว สำหรับใครที่ชอบอาหารจานจัดจ้าน แนะนำว่าให้ลองทำเมี่ยงปลาทูน่ากันดูนะคะ…

จานหอยต้องเมนูนี้ “ยำแซ่บหอยนางรมตำลึงสด”

แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอ

คนรักเมนูจานหอยต้องสูตรนี้เลย กับ “ยำแซ่บหอยนางรมตำลึงสด” ที่ แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอ ขึ้นมาซะแล้ว ซึ่งสูตรนี้ยังเป็นสูตรเด็ดจากพี่สาวคนสวย ที่แอบมาแชร์ให้เราขอบอกเมนูนี้ไม่ควรพลาด ใครชอบรสจัดรสแซ่บเป็นต้องซัดเรียบ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ลุยกัยได้เลย

แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายสอ รอแล้ว  “ยำแซ่บหอยนางรมตำลึงสด”

ส่วนผสม

หอยนางรมสด 200 กรัม

-ใบตำลึง 50 กรัม

-หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ

-พริกขี้หนูซอย

-น้ำพริกเผา 2 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมะนาว 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

-นำหอยนางรมมาล้างให้สะอาด จับใส่ตะแกรงขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นแช่น้ำแข็งไว้เพื่อคงความสด

-นำใบตำลึงมาล้างให้สะอาด แล้วพักไว้ให้แห้ง

-เตรียมชามผสม ใส่น้ำพริกเผา น้ำมะนาว น้ำปลา น้ำตาลทราย คนให้เข้ากันเป็นน้ำยำ ซึ่งในขั้นตอนนี้ปรุงรสให้จัดกว่าที่เราชอบกินเอาไว้นิดหนึ่ง พอเอาไปคลุกกับหอยนางรมจะได้รสชาติพอดี ๆ

-เสร็จแล้วก็จับพระเอกของงานอย่างเจ้าหอยนางรม ลงไปคลุกกับน้ำยำให้ทั่ว ตามด้วยหอมแดง และพริกขี้หนูเพิ่มความเผ็ดแซ่บ

-จากนั้นวางใบตำลึงสดวางรองไว้บนจาน แล้วตักยำหอยนางรมใส่จานให้เรียบร้อย เท่านี้ก็เป็นอันพร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

ใครเริ่มน้ำลายแตกแบบอดใจไม่ไหวแล้ว…

สูตรเด็ด “ต้มข่าไก่รีมิกซ์ ” #อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล ต้องยกให้ “ต้มข่าไก่รีมิกซ์ ” เพิ่มความละมุนด้วย “นมสด” รับรองติดใจ ว่าแล้วก็ต้องเข้าครัวไปคัดสรรวัตถุดิบสำหรับเมนูนี้กันสักหน่อย พร้อมแล้วไม่รอช้า ไปดูวิธีทำกันเลย

อาหารไทยสูตรอร่อยรสนุ่มนวล อาหารไทยประยุกต์

ส่วนผสม

-น่องหรือสะโพกไก่ 3 ชิ้น

-นมสด 1 1/2 ถ้วย

-เห็ดฟาง 10 ดอก

-หอมแดงปอกเปลือก 4 กลีบ

-ตะไคร้บุบ 2 ต้น

-ใบมะกรูด 5 ใบ

-ข่า 6 แว่น

-ผักชีฝรั่ง 1 ต้น

-มะเขือเทศ 1 ลูก

-พริกชี้ฟ้าแดงบุบ 4 เม็ด

-ผักชีสำหรับโรยหน้า

-ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

-มะนาว 1 ลูก

-น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนโต๊ะ

-น้ำเปล่า 1/2 ถ้วย

วิธีทำ

-นำหม้อตั้งไฟกลาง โดยใส่นมสดที่เตรียมไว้ พร้อมกันข่าและตะไคร้ รอจนนมในหม้อเดือด

-ใส่เนื้อไก่ที่แล่เป็นชิ้นพอดีคำลงไป ตามด้วยเห็ด ต้มต่ออีกประมาณ 5 นาที

-ก่อนถึงขึ้นตอนการปรุงรสชาติ ให้เติมน้ำเปล่าลงไปละลายความเข้มข้นของนมสด จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา ซอสปรุงรส น้ำตาลทรายแดง พริกชี้ฟ้าบุบ หอมแดง ใบมะกรูดฉีกและผักชีฝรั่งหั่นท่อน คนให้ส่วนผสมเข้ากันดีค่อยปิดไฟ

-ก่อนตักใส่ถ้วย ให้บีบมะนาวลงในหม้อ ค่อยตักเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชี

หอมกรุ่นกับเมนูนี้ รับรองว่าทานแล้วยิ่งฟินรสนวล ๆ จากนมสดนี่แหละค่ะ ทำให้หลงรักกันเลยทีเดียว ใครที่ไม่ชอบทานแกงกะทิ…

ของว่างฉบับชาววัง “แตงโมปลาแห้ง” ที่มีมาแต่โบราณ

ชวนให้ลองมาชิมกันดู

วันนี้มาขอแนะนำ เมนูอร่อยสดชื่นกับ ของว่างแบบไทยโบราณ ที่อยาก ชวนให้ลองมาชิมกันดู กับ “แตงโมปลาแห้ง” เมนูดับร้อนสุดดีงาม ที่เชื่อว่าคนรุ่นใหม่น่าจะไม่ค่อยมีโอกาสได้รับประทานกันสักเท่าไหร่ แถมยังสงสัยกันอยู่ใช่ไหมว่า แตงโมกับปลาแห้งนี่นะจะเข้ากัน? บอกเลยไม่ลองไม่รู้นะจ๊ะ ถ้าใครอยากรู้ว่าต้องทำอย่างไร วันนี้เราก็มีวิธีทำแตงโมปลาแห้งมาฝากกัน

ชวนให้ลองมาชิมกันดู  “แตงโมปลาแห้ง”

วัตถุดิบ

-แตงโม 1 ลูก

-ปลาช่อนแดดเดียว 1 ตัว

-หอมแดง 1 ถ้วย

-น้ำตาลทราย 100 กรัม

วิธีทำ

-หั่นแตงโมเป็นชิ้นพอดีคำ เตรียมไว้

-นำหอมแดงมาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด จากนั้นซอยหอมแดงเป็นแว่นบาง ๆ ไว้สำหรับนำไปเจียว

-นำปลาช่อนแดดเดียวไปอบด้วยความร้อนประมาณ 180 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาประมาณ 9-10 นาที ให้เนื้อปลาพอตึง ๆ ขึ้นมาหน่อย

-ในระหว่างนั้นเราก็มาตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพอประมาณ เมื่อน้ำมันร้อนให้เทหอมแดงซอยลงไป จากนั้นปรับระดับไฟให้เป็นไฟกลาง-อ่อน เมื่อเราเจียวจนหอมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวย ค่อยตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

-หลังจากอบปลาเสร็จแล้ว ก็นำส้อมมาตะกุยเอาแต่เนื้อปลา แล้วนำเนื้อปลาที่ได้มาโขลกในครก ตำให้เนื้อปลาฟู ป็นปุยยิ่งขึ้น

-จากนั้นตั้งกระทะด้วยไฟอ่อนอีกครั้ง เมื่อน้ำมันเริ่มร้อนให้นำเนื้อปลาที่เราบดไว้ ลงไปคั่วในกระทะ โดยหมั่นคนให้ไปในทิศเดียวกัน คั่วไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเนื้อปลาเป็นสีเหลืองสวยงาม จากนั้นลองชิมเนื้อปลาดูถ้าเนื้อปลาจืดไป ก็สามารถใส่เกลือเพิ่มได้แล้วคั่วให้เข้ากันกับเนื้อปลา แต่ถ้าเนื้อปลาช่อนแดดเดียวที่นำมาใช้มีรสเค็มพอตัวอยู่แล้วก็ไม่ต้องใส่เพิ่ม โดยการคั่วเนื้อปลานั้นอาจใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที หรือแล้วแต่ปริมาณที่เราใช้ด้วย

-เมื่อได้เนื้อปลาที่คั่วเสร็จแล้ว ก็นำมาเทใส่อ่างผสม ใส่น้ำตาลทรายลงไปคลุกให้เข้ากัน แล้วโรยหอมเจียวปิดท้าย

-นำแตงโมที่หั่นไว้ วางเรียงใส่จานให้เรียบร้อย แล้วโรยปลาแห้งลงบนแตงโม หรือจัดเสิร์ฟแยกก็ได้ตามใจชอบ

“แตงโมปลาแห้ง” ถือเป็นสำรับอาหารที่ผสมความคาว-หวาน ได้อย่างลงตัวแบบสุด ๆ นับเป็นภูมิปัญญาดี ๆ ของคนสมัยโบราณที่ได้คิดค้นของหวานคลายร้อนแบบนี้ ซึ่งบอกเลยถ้าใครได้ลองชิม จะรู้ว่าเมนูนี้กินแล้วชื่นใจจริง ๆ…