ขนมโค วิธีทำขนมหวานขาย ขนมไทยหอมหวานหลากหลายไม่น่าเบื่อ

ขนมโค

ขนมโค เป็นขนมโบราณที่อร่อยอีกเมนูหนึ่งเลยค่ะ จะใช้แป้งข้าวเหนียวเพียว ๆ

ขนมโค  หรือเอาแป้งข้าวเหนียวผสมเผือก หรือหยดสีสันต่าง ๆ ลงไปเพื่อให้แป้งมีสีสวย ๆ ก็ได้นะคะ ด้านในห่อน้ำตาลแว่น พอลวกจนสุกก็เอาไปคลุกกับมะพร้าวขูด

ส่วนผสม

• แป้งข้าวเหนียว
• น้ำตาลแว่น
• มะพร้าวขูด (เราหาไม่ได้เลยเอาเนื้อมะพร้าวทึนทึกมาสับ ๆ)
• เผือกหอมนึ่ง
• เกลือป่นเล็กน้อย (ใช้สำหรับคลุกกับมะพร้าวขูด)
• เฮลซ์บลูบอยสีแดง (สีอื่น ๆ หรือน้ำคั้นจากผักสีธรรมชาติ) ไม่ใส่ก็ได้

ขนมโค

วิธีทำ

• ใช้ช้อนกับส้อมบดเผือกนึ่งเสร็จแล้วนำไปผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดผสมกันจนเป็นก้อน ถ้าส่วนผสมแห้งเกินไปก็เติมน้ำเข้าไปได้ค่ะ ถ้ารู้สึกว่าเหนียวไปก็ต้องเติมแป้งเพิ่ม ขั้นตอนนี้อาศัยการกะประมาณเอาล้วน ๆ เมนูนี้เลยไม่ได้มีอัตราส่วนมาให้ดูกัน ต้องขออภัยด้วยค่ะ ถ้าต้องการแป้งสีชมพูก็เอาน้ำหวานสีแดงผสมน้ำเปล่าเทใส่ลงไปแล้วนวดจนเข้ากัน ขั้นตอนนี้มือเราเลอะเลยไม่ได้ถ่ายเอาไว้เลย

• แบ่งแป้งเป็นก้อนกลม ๆ ปริมาณของแป้งจะต้องมากพอที่จะหุ้มน้ำตาลที่ตัดเตรียมไว้ได้นะคะ

• เมื่อปั้นเป็นก้อนกลมแล้วก็แผ่เป็นแผ่นบางตามรูปเลยค่ะ กะความหนาให้พอดี สำหรับเราถ้าแป้งหนาไปรู้สึกว่ารสชาติไม่พอดีค่ะ แต่ถ้าแป้งบางไปไส้น้ำตาลจะทะลักได้

• วางน้ำตาลลงไปแบบนี้แล้วก็คลึงให้เป็นก้อนกลม ๆ อีกครั้ง

• ปั้นเสร็จแล้วหน้าตาจะเป็นแบบนี้

• ขั้นต่อไปเรามาเตรียมน้ำสำหรับลวกขนมกันค่ะ เติมน้ำสะอาดใส่ลงในหม้อ ตั้งไฟกลางรอจนน้ำเดือด อย่าลืมกะขนาดของหม้อและปริมาณของน้ำให้เหมาะกับปริมาณของขนมที่จะนำลงไปลวกด้วยนะคะ

• เมื่อน้ำเดือดได้ที่แล้วนำขนมโคลงไปลวก ตอนเอาลงไปใหม่ ๆ ตัวขนมจะจมอยู่ก้นหม้อค่ะ เมื่อเห็นขนมลอยขึ้นมาแล้วให้เตรียมกระชอนไว้ตักได้เลย

• ตักขึ้นมาอย่างกับไข่งานกาชาด

• นำขนมที่สุกแล้วไปแช่น้ำเย็นไว้ครู่หนึ่งกันขนมติดกันค่ะ (เราไม่ชอบให้ขนมติดกันเลยใช้วิธีนี้ แต่สูตรเดิมคือไม่ต้องแช่น้ำค่ะ)

ขั้นสุดท้ายนี้ ตักขนมขึ้นมาเตรียมเสิร์ฟในจาน นำมะพร้าวขูดคลุกกับเกลือป่นเล็กน้อยพอให้มีรสเค็ม ๆ มัน ๆ แล้วนำไปคลุกกับตัวขนมหรือจะโรยแบบเราก็ได้เลยค่ะ

รับขนมโคไปกินสักลูกไหมคะ อยากจะบอกว่ารสเค็ม ๆ มัน ๆ ของมะพร้าวตัดกับความหวานของน้ำตาลแว่นและความหนึบของแป้งได้เป็นอย่างดี ทำกินเมื่อไรแป๊บ ๆ ก็หมดเร็วทุกที

ป.ล. ส่วนผสมและวิธีทำข้างต้นนี้เราอาศัยครูพักลักจำจากแม่มานะคะ ใครอยากแนะนำหรือติชมอะไรเพิ่มเติมก็บอกกันได้ตามอัธยาศัยเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com/

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *