ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม

 

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม  อัพเดทข่าวกีฬากับตลอด 24 ชั่วโมง

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม  อัพเดทข่าวกีฬากับ ถ่ายทอดสดฟุตบอล AFC Asian Cup 2019 อิรัก vs เวียดนาม

ดูบอลออนไลน์ อินเดีย ดูบอลสด ถ่ายทอดสดฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019 รอบแรก ดูบอลออนไลน์ อิตาลี

“ผัดหมี่ฮ่องกง” ได้ง่าย ๆ ในวันว่างๆของสุดสัปดาห์

วันนี้เรามาเปิดสูตรผัดหมี่ฮ่องกง

เมนูสำหรับวันนี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งใน เมนูมงคล ที่ไม่ได้ทำยากกระทั่งเกินไป “ ผัดหมี่ฮ่องกง ” นั้นทำได้ง่ายๆในวันว่าง วันสุดสัปดาห์ เพราะว่าเมนูนี้ใช้เวลาจัดเตรียมและก็ลงมือกระทำไม่ถึง 1 ชั่วโมง วันนี้เรามาเปิดสูตรผัดหมี่ฮ่องกง ซึ่งสามารถทำทานเองได้ง่ายๆที่บ้าน ไม่ต้องไปกินที่อื่น ถือได้ว่าเป็นการตัดปัญหารถติดอีกวิธีนึงเลยล่ะค่ะ ถ้าเช่นนั้นเรามาดูวัตถุดิบแล้วก็ขั้นตอนกันเลย

วันนี้เรามาเปิดสูตรผัดหมี่ฮ่องกง

ส่วนผสม

  • เส้นหมี่ซั่ว 200 – 300 กรัม
  • กุ้งสด 200 กรัม
  • แฮม 1 – 2 แผ่น
  • คะน้า 1 ถ้วย
  • กะหล่ำปลี 1 หัว
  • เห็ดหอมหั่นเป็นชิ้น 2 – 3 ดอก
  • แครอทเส้น 2 – 3 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอม 1 ต้น
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ

  • ขั้นตอนแรก จัดเตรียมส่วนผสมต่าง ๆ ให้พร้อม โดยการเตรียมผัก หั่นแครอทและแฮมให้เป็นเส้นยาว
  • ตั้งหม้อรอจนน้ำเดือดเพื่อที่จะลวกเส้นหมี่ซั่วให้พอสุก สำหรับเส้นควรลวกให้ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป อย่าลืมคนให้เส้นคลี่ออกจากกัน เสร็จแล้วนำไปสะเด็ดน้ำออก พักทิ้งไว้ได้เลย สำหรับบางคนสามารถเลือกใช้ที่ตักเส้นหมี่เพื่อป้องกันเส้นขาดระหว่างนำมาใส่ภาชนะได้
  • ตั้งกระทะให้ร้อนแล้วใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย เมื่อน้ำมันเริ่มร้อน ให้นำกุ้งและแฮม ใส่ไปผัดลงในกระทะ
  • เมื่อทั้งกุ้งและแฮมเริ่มสุก นำผักคะน้า กะหล่ำปลี ใส่ลงไปผัดต่อ แล้วตามด้วยเห็ดหอม แครอท และต้นหอม ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว เพื่อที่จะทำให้ผัดหมี่มีรสชาติและไม่แห้งจนเกินไป
  • ใส่เส้นหมี่ซั่วในขั้นตอนสุดท้ายแล้วนำมาผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าใครชอบรสชาติกลมกล่อมก็สามารถเติมน้ำตาลเข้าไปเพิ่มได้ในขั้นตอนนี้ เมื่อพร้อมแล้วก็ตักใส่จานได้เลย

เป็นยังไงบ้างค่ะกับ “ผัดหมี่ฮ่องกง” เมนูนี้ง่ายดายมากเลยแถมยังอร่อยสุดๆไปเลยนะ อย่ามัวคอยช้า

“แซลมอนกะเพรากรอบ” อร่อย เด็ด ต้องบอกต่อ

แซลมอนกะเพรากรอบ

วันนี้สาวกผัดกะเพราต้องห้ามพลาด กับเมนู ” แซลมอนกะเพรากรอบ ” ที่นำเอาเนื้อปลาแซลมอน มาหั่นเป็นชิ้นพอดิบพอดีคำ แล้วค่อยนำไปผัดคละเคล้ากับใบกะเพราหอมๆบอกเลยว่าเนื้อของปลาแซลมอน รวมทั้งใบกะเพราหอมเข้ากันสุดๆยิ่งเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆแล้วล่ะก็ อร่อยเด็ดอย่าบอกคนไหนเชียวล่ะ แถมวิธีการทำแสนง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก จะต้องอร่อยคนภายในบ้าน พร้อมขึ้นแท่นเป็นจานโปรดประจำบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าหากเตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้ว ไปทำตามกันเลย

แซลมอนกะเพรากรอบ

ส่วนผสม

  • เนื้อปลาแซลมอน 120 กรัม
  • กระเทียมบด 2 ช้อนชา
  • พริกจินดาแดงบด 2 ช้อนชา
  • ใบกะเพรา 1 หยิบมือ
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1/2 เม็ด
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมัน 1½ ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลี

วิธีทำ

  • นำเนื้อปลาแซลมอน มาล้างและซับให้แห้ง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ จากนั้นนำไปคลุกกับแป้งสาลีให้ทั่ว แล้วพักไว้
  • เตรียมน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นแบ่งใบกะเพรามาทอดกรอบสำหรับตกแต่งจาน
  • ใส่ชิ้นปลาแซลมอน ที่คลุกแป้งเรียบร้อยแล้ว ลงไปทอดจนเหลืองสุก จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
  • เติมน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียม และพริกลงไปผัดให้เหลืองหอม
  • เติมเครื่องปรุง น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาล และน้ำลงไป ผัดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  • ใส่ชิ้นปลาที่ทอดไว้ลงไปคลุกเคล้ากับส่วนผสมที่ผัดไว้อย่างเบามือ เติมพริกชี้ฟ้า และใบกะเพรา ผัดให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ
  • ตักใส่จาน โรยหน้าตกแต่งด้วยใบกะเพราทอดที่เตรียมไว้ เท่านี้เมนู “แซลมอนกะเพรากรอบ” ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

รู้แบบนี้แล้ว คนไหนที่ชื่นชอบทานผัดกะเพราแต่ว่าเขี่ยใบกะเพราออกไปไว้ด้านข้างจาน จะต้องลองพิจารณากันใหม่แล้วจ้ะ และก็สำหรับคนไหนที่ต้องการลองทำเมนู “แซลมอนกะเพรากรอบ” ทานเองง่ายๆที่บ้าน

เมนูทานง่าย “วุ้นเส้นผัดชะอมกุ้งสด” อร่อยแบบไทย ๆ

อร่อยแบบไทยๆ

สูตรเด็ดจานเด็ดวันนี้ ขอเสนอเมนูอาหารที่ทานง่าย งานเพลินกับเมนู ” วุ้นเส้นผัดชะอมกุ้งสด ” อร่อยแบบไทยๆ คนไหนจะพลาด ว่าแต่มีอะไรอยู่ในจานนี้ แล้วจะต้องทำอะไรบ้าง ตามมามองวิธีการทำไปพร้อมเพียงกันได้เลย

อร่อยแบบไทยๆ “วุ้นเส้นผัดชะอมกุ้งสด”

ส่วนผสม

  • วุ้นเส้นแช่น้ำให้นุ่ม 1 ถ้วย
  • กุ้งสด 300 กรัม
  • ใบชะอม  1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่นเล็กน้อย
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • นำเครื่องปรุงใส่ชามผสมรวมกัน (น้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันหอย) ใส่ถ้วยพักไว้
  • ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชและกระเทียมสับ ตามด้วยพริกซอย ผัดให้มีกลิ่นหอม
  • จากนั้นให้ใส่ กุ้งสด ลงไปผัดให้พอสุก ตัวกุ้งจะเริ่มมีสีเหลืองส้มน่ารับประทาน
  • ขั้นตอนต่อไปให้ตอกไข่ใส่ลงไปผัดคั่วกับกุ้งให้ไข่พอสุก อย่าผัดจนไข่สุกเกินไปเพราะจะทำให้รสชาติของไข่กระด้างเกินไป
  • เมื่อผัดกุ้งกับไข่เข้ากันแล้วให้ใส่วุ้นเส้นตามลงไปผัดในกระทะ
  • ใส่เครื่องปรุงที่ผสมเข้าไว้ด้วยกัน ตามด้วย ใบชะอม ที่เด็ดไว้ ผัดให้ทั่วกันอีกครั้ง
  • ตักใส่จาน แล้วโรยพริกไทยเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟเมนูนี้ได้เลย

“ต้มจืดเงาะสอดไส้” คาวเจอะหวาน ในจานเดียวกันกันเป็นยังไง ต้องลอง

ต้มจืดเงาะสอดไส้

“ ต้มจืดเงาะสอดไส้  ” จัดเมนูแกงจืดร้อนๆที่เลือก “เงาะ” มาเป็นวัตถุดิบหลัก เพิ่มรสสัมผัสใหม่ให้ เมนูแกงจืด ไม่ไม่จำเจอีกต่อไป แถมยังเข้ากันกับหมูสับแต่งรสแสนอร่อย มองเห็นแล้วต้องการจะซดขึ้นมาในทันทีแน่ๆๆ งานนี้เรามาจัดเตรียมวัตถุดิบ และก็มองวิธีการทำกันดีกว่า

ต้มจืดเงาะสอดไส้

ส่วนผสม

  • เงาะ 200 กรัม
  • หมูสับ 100 กรัม
  • วุ้นเส้น 1 กำมือ
  • หัวไชเท้า 1/2 หัว
  • เห็ดหูหนู 100 กรัม
  • แครอท 50 กรัม
  • รากผักชี 3 ต้น
  • ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • ล้างผักต่าง ๆ ให้สะอาด จากนั้นปอกเปลือกหัวไชเท้า และแครอทให้เรียบร้อย หั่นไชเท้าเป็นแว่น ๆ ส่วนแครอทหั่นเป็นแว่นสำหรับใส่ในแกง และแบ่งอีกส่วนหนึ่งหั่นเป็นชิ้นเต๋า เอาไว้สำหรับผสมกับเนื้อหมู
  • ปอกเปลือกเงาะให้เรียบร้อย โดยใช้มีดกรีดด้านข้าง ไม่ต้องกรีดจนถึงปลายขั้วมาก เมื่อควักเม็ดออกแล้วก็ทำจนครบตามจำนวนแล้วให้พักใส่จานไว้ก่อน จากนั้นนำวุ้นเส้น มาหั่นให้สั้นลง เอาไว้สำหรับคลุกกับเนื้อหมู
  • เตรียมชามผสม จากนั้นใส่หมูสับ แครอท วุ้นเส้น และซอสปรุงรส คลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน
  • เมื่อเราได้หมูสับปรุงรสแล้ว ก็นำมายัดไส้ใส่ในเงาะกันเลย โดยใช้ช้อนตักหมูสับปรุงรสแล้วยัดลงไปในเนื้อเงาะ โดยไม่ต้องใส่ล้นมาก เวลาเอาไปต้มเนื้อจะได้ไม่แตก
  • เมื่อเรายัดไส้เงาะเสร็จแล้ว ก็เตรียมตั้งหม้อกันได้เลย โดยเริ่มจากใส่น้ำเปล่า รากผักชี และหัวไชเท้า จากนั้นต้มจนน้ำเดือด ในระหว่างนั้นให้ตักฟองออกจากหม้อไปพลาง ๆ ด้วย
  • นำเงาะยัดไส้ลงไปต้มในหม้อ ใส่แครอท และเห็ดหูหนูตามลงไป เพิ่มรสชาติด้วยซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย แล้วใส่ขึ้นฉ่ายเป็นอันดับสุดท้าย เมื่อหมูสุกดีแล้วให้ปิดเตาแล้วตักแบ่งใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟตอนร้อน ๆ ได้เลย!

เสร็จแล้วกับถ้วยนี้ “ต้มจืดเงาะสอดไส้” กินแล้วคล่องคอแถมยังเข้ากันแบบสุดๆคนไหนเบื่อแกงจืดเดิมๆลองหันมาใช้ผลไม้ไทยๆมาเพิ่มรสชาติอปลกใหม่ๆในจานอาหารคาวกันบ้างนะ

สูตรเด็ด “เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” เมนูสุดโอชะที่ทุกคนชื่นชอบ

เมนูดีๆที่ผู้คนจำนวนมากชื่นชอบ

เอาอกเอาใจคนรักเนื้อด้วยสูตร “ เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง ”  เมนูดีๆที่ผู้คนจำนวนมากชื่นชอบ จานนี้จะต้องจัดวัตถุดิบอะไร วิธีการทำจะง่ายสักมากแค่ไหน พร้อมแล้วไปเข้าครัวกันค่ะ

“เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง”  เมนูดีๆที่ผู้คนจำนวนมากชื่นชอบ

ส่วนผสม

  • เนื้อวัวสามชั้น 1 กก.
  • ชุดเครื่องตุ๋น 1 ชุด
  • กระเทียม 10 กลีบ
  • แครอท 1 หัว
  • พริกไทยดำเม็ด 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1-4 ถ้วย
  • ซอสปรุงรส 1-4 ถ้วย
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • ใส่น้ำในหม้อแล้วตั้งไฟกลางรอให้น้ำเดือดจัด แล้วใส่ เนื้อสามชั้น ลงไปตามด้วยเกลือที่จะช่วยดับความคาวของเนื้อ
  • จากนั้นใส่ ชุดเครื่องตุ๋น กระเทียม พริกไทยดำเม็ดลงไป คนให้เครื่องทั้งหมดเข้ากัน จากนั้นตั้งทิ้งไว้ด้วยไฟกลาง
  • ปรุงรสให้น้ำซุปด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสและน้ำตาล เคี่ยวทิ้งไว้จนกว่าเนื้อจะเปื่อย ใช้เวลาประมาณ 20 – 40 นาที
  • เติมสีสันให้กับเนื้อตุ๋นทรงเครื่องถ้วยนี้ด้วย แครอท หั่นชิ้น
  • เสิร์ฟใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งเล็กน้อยช่วยเติมความหอมและน่าทาน

“เนื้อตุ๋นทรงเครื่อง” ถ้วยนี้ไม่ว่าจะทานคู่กับข้าวหรือเพิ่มเติมเส้นก๋วยเตี๋ยวลงไป บอกได้เลยว่านี่แหล่ะความสุขง่ายๆที่ทำทานเองได้ที่บ้าน จะเป็นมื้อตอนเช้า หรือตอนกลางวันหรือเย็น ก็อิ่มอร่อยกันได้ทั้งครอบครัว หรือถ้าหากคุณไม่ใช่สายเนื้อ เมนูนี้เราปรับจากเนื้อวัว เป็นเนื้อหมูก็อร่อยได้ด้วยเหมือนกันค่ะ

หมายเหตุ

เทคนิคง่าย ๆ ช่วยดับกลิ่นคาวเนื้อวัว หลาย ๆ คนที่ทำอาหารอาจเคยเจอปัญหาในการปรุงรสออกมาไม่ได้ตามต้องการถึงแม้จะทำตามสูตรทุกขั้นตอนแล้วก็ตาม บางทีอาจเป็นเพราะกลิ่นคาวที่ติดมากับเนื้อวัวทำให้รสชาติอาจออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควร วันนี้เรามีเคล็ดลับในการดับกลิ่นคาวเนื้อมาฝากกัน สำหรับเนื้อวัวนั้นหากซื้อมาเป็นชิ้นใหญ่แนะนำให้หั่นแบ่งใส่กล่องหรือถุงพลาสติกเอาไว้เมื่อนำมาใช้ทำอาหารให้แช่น้ำส้มสายชูไว้ประมาณ 5 – 10 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือจะลองเป็นน้ำผสมเกลือ แต่บางบ้านอาจใช้น้ำซาวข้าวที่เชื่อกันว่าจะช่วยทำให้เนื้อสัตว์สดและสะอาดดับกลิ่นคาวได้ดี

สูตรเด็ด “น้ำพริกปลาทูแซ่บ” ที่มาพร้อมกับผักสดกรอบ ๆ

น้ำพริกปลาทูแซ่บ

วันนี้ กลับมาอีกแล้วกับสูตรน้ำพริกรสแซ่บๆที่คุณคู่ควร ครั้งนี้ขอจัดหนักความอร่อยกับสูตร “ น้ำพริกปลาทูแซ่บ ” ถ้วยอร่อยเมนูนี้ทานกับผักสดกรอบๆพร้อมข้าวสวยร้อนๆ สักจานบอกเลยว่า “ใช่” สุดๆพร้อมจะไปแซ่บกันแล้วหรือยังค่ะ จัดเลย

น้ำพริกปลาทูแซ่บ

ส่วนผสม

  • ปลาทูย่าง 2 ตัว
  • กระเทียมปอกเปลือก 4 – 5 กลีบ
  • พริกขี้หนูสวน 10 เม็ด
  • พริกแห้ง 5 เม็ด
  • หอมแดงปอกเปลือก 6 – 8 หัว
  • มะนาว 2 ลูก
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลาร้า 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ใบสะระแหน่ 1 ต้น
  • ผักสดสำหรับทานเคียง

วิธีทำ

  • นำกระเทียม หอมแดง พริกขี้หนูนำลงคั่วในกระทะไฟอ่อนให้พอสุก จากนั้นนำเสียบไม้ย่างกับเตาให้มีกลิ่นหอม
  • ตำส่วนผสมที่นำไปย่างโขลกรวมกันให้ละเอียด (ในคั่นตอนนี้ให้เติมพริกแห้งลองไปโขลกเช่นกัน)
  • แกะเนื้อปลาทูย่าง ใส่ตามลงไป โขลกพอละเอียดค่อยเติมเครื่องปรุงต่าง ๆ (มะนาว,น้ำปลา,น้ำปลาร้า)
  • ชิมรสตามชอบ เมื่อได้รสชาติที่ถูกใจแล้ว ตักน้ำพริกปลาทูแซ่บใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยต้นหอมซอย ใบสะระแหน่ และหอมแดงซอยอีกเล็กน้อย จัดเสิร์ฟพร้อมผักสด

แซ่บหลายชั้นมากมายสำหรับเมนูนี้ จุดเด่นก็คือความหอมของปลาทูย่าง แล้วก็เครื่องโขลกที่นำไปย่างไฟ ที่สำหรับความแซ่บไม่หมดไปเพียงเท่านี้ แต่ว่ายังมีพริกแห้งและก็น้ำพริกเผาเสริมรสชาติให้มันนัวเพิ่มขึ้นจริงๆจ้ะ ลองทำดู รับประกันว่าจะได้รสชาติใหม่ที่ติดอกติดใจสำหรับสายน้ำพริกแน่ๆ…

ทับทิมกรอบ เสน่ห์ขนมไทยสีสัน สดใส

หวานหอมกะทิอบควันเทียน

วันนี้จะชวนมาทำ ขนมไทยอย่าง ทับทิมกรอบ หวานหอมกะทิอบควันเทียน ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟเย็น ๆ นี่มันฟินยิ่งกว่าอะไรดี แต่ปกติที่เราเห็นทับทิมกรอบก็มักจะเป็นสีชมพูไม่ก็สีแดง

หวานหอมกะทิอบควันเทียน

ทับทิมกรอบ หวานหอมกะทิอบควันเทียน

แต่วันนี้เราจะชวนมาทำ “มรกตกรอบสีเขียว” ใส่ลงไปด้วย ที่จะช่วยเพิ่มความน่ากินเข้าไปอีก แถมยังเใส่กะทิอบควันเทียนหอม ๆ

ส่วนผสม 

-น้ำลอยดอกมะลิ

-กะทิสำเร็จรูป 1 กล่อง

-​เกลือป่น 1/2 ช้อนโต๊ะ

-​ใบเตยมัดเป็นปม

-เทียนสำหรับอบขนม

-​แห้ว

-​สีผสมอาหารสีแดงผสมน้ำ

-สีผสมอาหารสีเขียวผสมน้ำ

-​แป้งมัน

-น้ำตาลทราย

-น้ำแข็งบด

วิธีทำทับทิมกรอบ

-นำดอกมะลิมาลอยในน้ำทิ้งไว้ เตรียมไว้สำหรับทำน้ำเชื่อมเพื่อความหอมสดชื่น

วิธีทำกะทิอบควันเทียน

-ผสมน้ำกะทิกับเกลือ ใส่ใบเตยมัดเป็นปมลงไป นำขึ้นตั้งไฟ ต้มแค่พอร้อน

-​จุดเทียนสำหรับอบขนมแล้วเป่าให้ดับ ใส่ลงในถ้วยเล็ก ๆ นำไปลอยในน้ำกะทิ ปิดฝาหม้อ อบทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นนำเทียนขึ้นมาจุดใหม่แล้วใส่ลงไปอบซ้ำหลาย ๆ ครั้ง ยิ่งนานยิ่งดี เตรียมไว้

วิธีทำทับทิมกรอบ

-​หั่นแห้วเป็นชิ้นเล็ก ๆ ซื้อแห้วกระป๋องมา แห้วสด ๆ ก็ยิ่งดี เพราะราคาถูกกว่ากระป๋อง แต่แบบกระป๋องจะหอมหวานกว่าเพราะเค้าแช่ในน้ำเชื่อมมาแล้ว บางคนก็ใช้มันแกวนะ แต่บอกเลยว่าไม่อร่อยเท่าแห้วหรอก มันแกวนาน ๆ ไปจะแห้ง ความกรอบก็สู้แห้วไม่ได้

-ผสมน้ำกับสีผสมอาหารทั้ง 2 สี เตรียมไว้

-ใส่แห้วที่หั่นแล้วลงไปคลุกในสีผสมอาหารแต่ละสีให้เข้ากัน พักไว้ ให้สีที่ตัวแห้วอิ่มตัวดี ๆ อยากแดงมากก็ทิ้งนาน ๆ แดงน้อยก็ทิ้งแป๊บเดียว

-ใส่แห้วทั้ง 2 สีลงคลุกในแป้งมัน บางคนก็ใส่แป้งท้าวลงไปนิดนึง คลุกให้แป้งเคลือบดี แล้วร่อนแป้งส่วนเกินออก

-นำไปลวกในน้ำเดือดจนแห้วลอยขึ้นมา

-ตักใส่ลงในน้ำเย็น พักไว้

วิธีทำน้ำเชื่อม

-ต้มน้ำลอยดอกมะลิที่เตรียมไว้กับน้ำตาลทรายไม่ขัดสี และใบเตย เคี่ยวให้เหนียวเล็กน้อย เตรียมไว้

-ตักทับทิมกรอบและมรกตใส่ถ้วย ตามด้วยน้ำเชื่อม กะทิ และน้ำแข็งบด พร้อมเสิร์ฟ

ขนมไทยสีสัน สวยงาม สไตล์ไทยๆแถมยังได้กลิ่นหอม ๆ จากทั้งน้ำเชื่อมที่มีกลิ่นของมะลิ และน้ำกะทิหอมควันเทียน…

หมูแดดเดียว ที่มาพร้อมข้าวเหนียวนุ่มๆ

เตรียมข้าวเหนียวไว้รอได้เลย

แค่ชื่อเมนูหมูแดดเดียวก็ชวนน้ำลายสอ ใครอยากทำเองที่บ้าน เตรียมข้าวเหนียวไว้รอได้เลย บ้านไหนมีเนื้อหมูในตู้เย็นเยอะ กลัวกินไม่ทันก็จับมาทำหมูแดดเดียว เป็นอีกหนึ่ง การถนอมอาหาร และก็อร่อยมากด้วย

หมูแดดเดียว เตรียมข้าวเหนียวไว้รอได้เลย

ส่วนผสม

-หมูหั่นเส้น 500 กรัม

-พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

-น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ

-ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ

-นมสด 2 ช้อนโต๊ะ

-น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ

เม็ดผักชี

วิธีทำ

-เอาหมูหมักกับส่วนผสมต่าง ๆ คลุกเคล้าจนเข้ากัน หมักไว้ข้ามคืน

-ตอนเช้าเอามาตากแดดประมาณ 4 ชั่วโมงหรือจนแห้ง

-นำหมูไปทอดในหม้อทอดไร้น้ำมันที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 8-10 นาที จากนั้นกลับด้านแล้วทอดต่ออีกประมาณ 5 นาที จนเหลืองกรอบ

เนื้อหมูเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญที่สุด และได้รับความนิยมสูงสุด ในปัจจุบันเนื้อส่วนที่มีคุณภาพ(ของโปรตีน)มากที่สุดคือ เนื้อสันใน และเนื้อที่มีไขมันมากที่สุดคือหมูสามชั้น ตามมาด้วยคอและซี่โครง เนื้อหมูที่สดจะมีสีชมพูอ่อน ใช้นิ้วกดลงไปแล้วไม่ยุบ

เนื้อหมู นอกจากจะอุดมไปด้วยโปรตีนแล้ว ยังเป็นแหล่งของสารอาหารอื่นๆ เช่นวิตามินบี 1 ช่วยลดอาการเหน็บชา วิตามินเอบำรุงสายตา และยังมีฟอสฟอรัส และไนอาซีน(วิตามินบี3) ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากไม่ว่าจะเป็นช่วยในการลดไขมัน ลดการอักเสบของผิวหนัง หรือแม้กระทั่งบำรุงสมอง จะพบมากในเนื้อส่วนที่ไม่ติดมัน…

ซุปฟักทองขนมปังกระเทียม อาหารเช้าเบาๆ ของคนรักสุขภาพ

อาหารเช้าเบา

อาหารเช้าเบา ๆ เราขอเเนะนำกับเมนูนี้เลย ” ซุปฟักทองขนมปังกระเทียม” สามารถควบคู่ไปกับชากาแฟพร้อมๆกันได้อีกด้วย

อาหารเช้าเบา ๆ  ของคนรักสุขภาพ ” ซุปฟักทองขนมปังกระเทียม”

ส่วนผสม (ขนมปังกระเทียม)

-เนยสดชนิดจืดอ่อนตัว 50 กรัม

-กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ

-เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

-พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา

-น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา

-พาร์สลีย์สับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ

-ขนมปังฝรั่งเศสหั่นตามขวาง 2 ชิ้น

ส่วนผสม (ซุปฟักทอง)

-ซุปฟักทอง 1 ถ้วย

-ขนมปังกระเทียม สำหรับรับประทานคู่

-เมล็ดดอกทานตะวันกะเทาะเปลือก

-พริกไทยดำบดหยาบ

วิธีทำ(ขนมปังกระเทียม)

-ผสมเนยสดชนิดจืดอ่อนตัว กระเทียมสับ เกลือป่น พริกไทยป่น น้ำตาลทราย และพาร์สลีย์สับละเอียด คนให้เข้ากัน เตรียมไว้

-ทาส่วนผสมเนยกระเทียมลงบนขนมปังฝรั่งเศสให้ทั่ว นำไปอบที่อุณหภูมิ 360 องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 4-5 นาที หรือจนกระทั่งขนมปังกรอบ เตรียมไว้

วิธีทำ(ซุปฟักทอง)

-นำซุปฟักทองใส่ในไมโครเวฟ 800 วัตต์ เปิดฝาเล็กน้อย อุ่นนาน 4-5 นาที หรือจนกระทั่งซุปร้อน นำออกจากเตาไมโครเวฟ คนให้เข้ากัน เทใส่ภาชนะเสิร์ฟ

-วางขนมปังกระเทียมลงบนซุปฟักทอง โรยด้วยเมล็ดดอกทานตะวันและพริกไทยดำบดหยาบ พร้อมเสิร์ฟ

จานนี้เป็นอาหารเช้าเบา ๆ กินกับขนมปังกระเทียมทาเนยอบจนกรอบ…

เปาะเปี๊ยะทอด สูตรง่ายๆในวันว่างๆ ของทุกคน

แบบนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วล่ะ

วันนี้เรามีวิธีทำเปาะเปี๊ยะทอด จานนี้ทำกินเองได้ง่าย ๆ สบาย ๆ อร่อยกำลังดี แบบนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วล่ะ ลุย!!!

เปาะเปี๊ยะทอด แบบนี้ต้องลองสักหน่อยแล้วล่ะ

ส่วนผสม

-หมูสับ

-เกลือป่น

-พริกไทยป่น

-น้ำมันพืช

-กระหล่ำปลีซอย

-แครอทซอย

-ซีอิ๊วขาว

-น้ำมันหอย

-ซอสถั่วเหลือง

-น้ำตาลทราย

-แป้งข้าวโพดละลายน้ำ

-แป้งเปาะเปี๊ยะ

-ไข่ไก่

วิธีทำ

-นำหมูไปรวนในกระทะ ใส่เกลือป่นและพริกไทยป่นลงไปเล็กน้อย รวนจนหมูสุก ตักขึ้น เตรียมไว้

-ทำไส้เปาเปี๊ยะโดยใส่น้ำมันพืชลงในกระทะเล็กน้อย นำขึ้นตั้งไฟ พอร้อนใส่กะหล่ำปลีและแครอทลงผัดพอสุก ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย ซอสถั่วเหลือง และน้ำตาลทราย ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำลงไป ผัดให้เข้ากันดี จากนั้นใส่วุ้นเส้น กุ๊กกิ๊กใส่วุ้นเส้นที่หลังเพราะว่ากลัวว่าถ้าใส่ไปก่อนเส้นจะเละค่ะ

-ใส่หมูสับรวนลงไปผัดให้ส่วนผสมเข้ากัน เส้นกุ๊กกิ๊กเละนิดนึงนะคะ ผัดนานไปหน่อยค่ะ แหะ ๆ ยกลงจากเตา พักทิ้งไว้จนเย็น

-ตักส่วนผสมไส้วางตรงกลางของแป้งเปาะเปี๊ยะ

-ห่อแป้ง แล้วทาไข่ไก่ที่ริมแผ่นแป้งเพื่อยึดให้แป้งติดกัน

-พับแป้งจากด้านข้างซ้ายและขวา จากนั้นม้วนให้สุด เตรียมไว้

-นำเปาะเปี๊ยะไปทอดจนสุกเหลือง ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน หั่นเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ในวันที่ว่าง ๆ ก็มาทำอาหารว่างง่าย ๆ แบบนี้กันดูนะคะ ไม่ยากจนเกินไป มือใหม่ก็ทำได้ง่าย ๆ สบาย ๆ เลย แถมอร่อยมากด้วย…