ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม

 

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม  อัพเดทข่าวกีฬากับตลอด 24 ชั่วโมง

ดูบอลออนไลน์ อิรัก เวียดนาม  อัพเดทข่าวกีฬากับ ถ่ายทอดสดฟุตบอล AFC Asian Cup 2019 อิรัก vs เวียดนาม

ดูบอลออนไลน์ อินเดีย ดูบอลสด ถ่ายทอดสดฟุตบอล เอเชียน คัพ 2019 รอบแรก ดูบอลออนไลน์ อิตาลี

เต้าเจี้ยวหลน เมนูสุขภาพ ทานคู่กับผักสด

รสเด็ดๆ

เต้าเจี้ยวหลน ถ้าหากมองหา เมนูสุขภาพ รสเด็ดๆ พร้อมกินคู่กับผักสดหลากหลายชนิดเป็นเครื่องแนม ขอแนะนำเต้าเจี้ยวหลนให้ได้ลิ้มรสกัน ถือได้ว่าเป็นเมนูเครื่องจิ้มสไตล์ไทยๆที่อยากที่จะให้ทุกคนได้ลองชิม

เต้าเจี้ยวหลน  เมนูสุขภาพ รสเด็ดๆ

ส่วนผสม

  1. เต้าเจี้ยวขาว 1 ถ้วยตวง
  2. เนื้อกุ้งสับ ½ ถ้วยตวง
  3. เนื้อหมูติดมันสับ ½ ถ้วยตวง
  4. หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  5. หอมแดงซอย ½ ถ้วยตวง
  6. พริกหยวกสีเขียว(หั่นท่อนขนาด 1 นิ้ว) 4 เม็ด
  7. พริกชี้ฟ้า(หั่นท่อนขนาด 1 นิ้ว) 4 เม็ด
  8. น้ำตาลปีบ 6 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำมะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ผงปรุงรส 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. ล้างเต้าเจี้ยวให้สะอาดแล้วบีบให้แห้ง นำไปโขลกจนละเอียดกับหัวหอม เสร็จแล้วตักออก พักไว้
  2. โขลกหมูบด และเนื้อกุ้งให้เข้ากัน แล้วใส่เต้าเจี้ยวขาวที่พักไว้ลงโขลกผสมกัน
  3. นำหัวกะทิ ใส่ในหม้อ ใส่เครื่องที่โขลกลงไป ใช้ไฟปานกลางคอยคนเรื่อยๆ ไม่ให้ติดก้นหม้อ ค่อยๆ เคี่ยวจนส่วนผสมสุกข้น ใส่หัวหอมที่เหลือ พริกหยวก และพริกชี้ฟ้าลงไป เคี่ยวต่อพอให้พริกเริ่มนิ่ม
  4. ปรุงรส น้ำตาลปีบ และน้ำมะขามเปียก ชิมรสตามชอบ ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ รับประทานคู่กับแตงกวา ผักกาดหอม หรือข้าวตัง

สูตรเด็ด “ต้มแซ่บขาหมู” อร่อย สะดวก ง่ายนิดเดียว ไม่ยุ่งยาก

ต้มแซ่บขาหมู

ต้มแซ่บขาหมู ที่หลายๆท่านรู้จักนั้น ส่วนมากจะใส่กระดูกหมู แต่ว่าวันนี้เราจะนำขาหมูมาใช้แทนการันตีได้ว่า อร่อยไม่แพ้ต้มแซ่บกระดูกหมูแน่นอน

ต้มแซ่บขาหมู

ส่วนผสม

  1. ขาหมูหั่นชิ้นพอดีคำ 300 กรัม
  2. น้ำเปล่า 6 ถ้วยตวง
  3. ข่าหั่นเป็นแว่น 6 แว่น
  4. ตะไคร้หั่นท่อนยาว 1 นิ้ว 2 ต้น
  5. หอมแดงบุบ 6 หัว
  6. ใบมะกรูดฉีก 4 ใบ
  7. รากผักชีบุบหั่นท่อน 3 ราก
  8. คนอร์สูตรสำเร็จ ลาบ-น้ำตก 1 ซอง
  9. ต้นหอมซอย
  10. ผักชีฝรั่งซอย
  11. ใบโหระพา
  12. พริกขี้หนูแห้งทอด หรือพริกขี้หนูสดสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  1. ตั้งหม้อต้มน้ำบนไฟกลางพอเดือด ใส่ขาหมูลงไปต้มจนเดือดอีกครั้ง แล้วลดเป็นไฟอ่อน ใส่ข่า ตะไคร้ หอมแดง คอยช้อนฟองและมันออกบ้างน้ำซุปจะได้ใส เคี่ยวนานประมาณ 30-45 นาที
  2. ใส่คนอร์ก้อนต้มยำลงไปคนให้ละลายต้มต่อสักครู่จนหมูสุกนุ่ม ใส่ใบมะกรูดลงในหม้อต้มต่อ สักครู่ด้วยไฟอ่อนสัก 2-3 นาที
  3. เติมข้าวคั่ว โรยต้นหอมซอย ผักชีฝรั่ง และใบโหระพา ปิดไฟตักใส่ถ้วยโรยด้วยพริกขี้หนูบุปพร้อมเสิร์ฟ

สูตรสำเร็จ แกงเขียวหวานปลาดุก ทำง่ายๆเพียงพริบตาเดียว

แกงเขียวหวานปลาดุก

แกงเขียวหวานเป็นแกงกะทิของไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วทั้งโลก เพราะว่าเป็นแกงที่มีกลิ่นสมุนไพรเฉพาะตัว ผสานรสเค็มรวมทั้งหวานมันจากกะทิ แม้ใช้ปลาดุกใส่ไว้ในแกง จะทำให้เนื้อปลาดุกซึมน้ำแกงเขียวหวาน อร่อยทุกคำที่รับประทาน เราขอเสนอแนะให้ทำเมนู แกงเขียวหวานปลาดุก สักครั้งจะติดใจ

แกงเขียวหวานปลาดุก

ส่วนผสม

  • ปลาดุกหั่นแว่นหนา 2 เซนติเมตร 500 กรัม
  • หัวกะทิ (250 มิลลิลิตร) 1 ถ้วยตวง
  • หางกะทิ (750 มิลลิลิตร) 3 ถ้วยตวง
  • ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
  • มะเขือเปราะ 1 ลูก (หั่นผ่า 4) 300 กรัม
  • มะเขือพวง (50 กรัม) ½ ถ้วยตวง
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 2 เม็ด
  • ใบโหระพา ½ ถ้วย
  • ผงปรุงรสสูตรสำเร็จแกงเขียวหวาน 2 ซอง

วิธีทำ

  • ผัดหัวกะทิให้แตกมันเติมหางกะทิ นำผงปรุงรสสูตรสำเร็จแกงเขียวหวานเคี่ยวกับหางกะทิให้เดือด
  • ใส่ปลาดุก มะเขือเปราะ มะเขือพวงลงไป ต้มจนส่วนผสมทั้งหมดสุก ใส่พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า กระชาย ใบมะกรูด ใบโหระพาลงไป จัดใส่ชามพร้อมเสิร์ฟ

แกงมาซาลาไก่อินเดีย

เมนูอาหารจากดินแดนภารตะ

เป็น เมนูอาหารจากดินแดนภารตะ ที่มีชื่อเสียง แกงรสชาติเข้มข้น หอมมันสไตล์อินเดีย กินกับข้าวสวยร้อนๆหรือแป้งโรตีก็อร่อยชัวร์ ลองทำตามอย่างสูตรด้านล่างที่มาพร้อมแนวทางหมักไก่ให้หอมเครื่องเทศ ให้คนที่บ้านทานสักหนึ่งครั้งจะติดใจ

“แกงมาซาลาไก่อินเดีย”  เมนูอาหารจากดินแดนภารตะ

ส่วนผสม

  • ลูกกระวานเขียว 30 เม็ด
  • พริกไทยดำเม็ด 2 ช้อนชา
  • ลูกผักชี 2 ช้อนชา
  • ผงขมิ้น 1 ช้อนชา
  • ผงมาซาลา 1 ช้อนชา
  • พริกคาเยน 1 ช้อนชา
  • เกลือสมุทร ½ ช้อนชา
  • น้ำมันพืช ¼ ถ้วย
  • เนื้อไก่ส่วนสะโพกหั่นชิ้นพอคำ 500 กรัม
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 270 กรัม
  • มะเขือเทศบดละเอียดชนิดกระป๋อง ¾ ถ้วย
  • ผงปรุงรสไก่ 1 ช้อนชา
  • น้ำตาลปีบ 1 ช้อนชา
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบและใบผักชีสำหรับตกแต่ง

วิธีทำ

  • นำเครื่องเทศไปคั่วก่อนปรุง เพื่อให้แกงมาซาล่าหอมอร่อยมากยิ่งขึ้น เริ่มจากใส่ลูกกระวาน พริกไทยดำเม็ด ลูกผักชี ลงไปคั่วในกระทะด้วยไฟอ่อนๆ โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน ตักขึ้นพักไว้ ใส่ผงขมิ้น ผงมาซาลา และพริกคาเยนลงคั่วรวมกันจนกลิ่นหอม
  • โขลกลูกกระวาน พริกไทยดำเม็ด ลูกผักชีที่คั่วแล้ว และเกลือลงโขลกจนละเอียดเป็นผง ใส่ผงขมิ้น ผงมาซาลา และพริกคาเยนลงผสมให้เข้ากัน เท่านี้ก็ได้เครื่องเทศสุดหอมสำหรับแกงมาซาลาแล้ว
  • หลังจากเตรียมเครื่องเทศเรียบร้อยแล้ว ก็ลงมือทำแกงกันได้เลย เริ่มจากใส่น้ำมันลงในกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟอ่อน ใส่เครื่องเทศลงไปผัดจนกลิ่นหอม
  • ใส่เนื้อไก่ลงไปผัดจนสุก ปรุงรสด้วยคนอร์อร่อยชัวร์ไก่ น้ำตาลปีบ คนให้ละลายเข้ากันดี
  • ใส่มะเขือเทศบด และโยเกิร์ตลงไป เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 20 นาที จนเนื้อไก่เปื่อยนุ่ม แล้วปิดไฟได้เลย
  • ตักใส่ชามเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดง และผักชีให้สีสันน่าทาน

ยำปลาอินทรีย์ทอด

ยำปลาอินทรีย์ทอด

ยำปลาอินทรีย์ทอด เมนูปลาที่เกิดขึ้นมาจากความลงตัว พอดีของปลาอินทรีย์ ทอดจนกว่าจะเหลืองกรอบ ราดน้ำยำรสชาติจัดจ้าน จะทานเป็นจานหลักก็เหมาะกันกับข้าวสวย หรือ จะจัดเป็นกับแกล้มก็ดี ยิ่งคิดแล้วยิ่งทำให้น้ำลายไหล อย่าลืมหาเวลาลองทำมองกันเลย

ยำปลาอินทรีย์ทอด

ส่วนผสม

  • ปลาอินทรีย์สด 1 ชิ้นใหญ่ หรือ 2 ชิ้นเล็ก
  • มะม่วงเปรี้ยวสับ ½ ลูกหรือ ½ ถ้วยตวง
  • หอมแดงซอย ¼ ถ้วยตวง
  • พริกขี้หนูซอย 3-5 เม็ด
  • ผงปรุงรสหมู 2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันสำหรับทอดปลาอินทรี
  • ผักชีสำหรับโรยหน้าตามชอบ

วิธีทำ

  • หมักปลาอินทรีย์ด้วยผงปรุงรสหมู 1 ช้อนชา ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที
  • นำปลาอินทรีย์ที่หมักไว้ไปทอดให้สุกจนเหลืองกรอบ สะเด็ดน้ำมันใส่จานพักไว้
  • เตรียมชามผสม ใส่น้ำปลา น้ำตาลทราย น้ำมะนาว และคนอร์อร่อยชัวร์รสหมู ที่เหลือ อีก 1 ช้อนชา ให้เข้ากัน
  • ใส่มะม่วงเปรี้ยว หอมแดงซอย และพริกขี้หนูซอย ลงในน้ำยำคลุกเคล้าให้เข้ากัน ราดลงบนปลาอินทรีย์ที่ทอดเตรียมไว้
  • โรยหน้าด้วยผักชีพร้อมเสิร์ฟ

น้ำพริกหนุ่ม อาหารประจำถิ่นของภาคเหนือ

ภาคเหนือ

น้ำพริกหนุ่มกับไส้อั่ว เป็นอาหารประจำถิ่นของ ภาคเหนือ ถ้าเกิดคุณอยากได้ความแปลกใหม่พร้อมทั้งกลิ่นของของกินพื้นเมือง เราขอแนะนำเมนู ข้าวผัดน้ำพริกหนุ่มไส้อั่ว

น้ำพริกหนุ่ม อาหารประจำถิ่นทาง ” ภาคเหนือ “

สวนผสม

  • พริกหนุ่มหรือพริกหยวก 6 เม็ด
  • หอมแดง 6 หัว
  • กระเทียม 2 หัว
  • ผงปรุงรส 2 ช้อนชา
  • น้ำมะนาว ½ ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • นำพริกหนุ่มหรือพริกหยวก หอมแดง กระเทียม มาเผา หรือคั่วในกะทะ เมื่อสุกให้ลอกเอาเปลือกออก แล้วโขลกให้เข้ากัน
  • ปรุงรสด้วยผงปรุงรส และ น้ำมะนาว ให้ได้รสตามชอบ รับประทานกับแคปหมู ไข่ต้ม และผักตามชอบ

“ผัดหมี่ฮ่องกง” ได้ง่าย ๆ ในวันว่างๆของสุดสัปดาห์

วันนี้เรามาเปิดสูตรผัดหมี่ฮ่องกง

เมนูสำหรับวันนี้นับได้ว่าเป็นหนึ่งใน เมนูมงคล ที่ไม่ได้ทำยากกระทั่งเกินไป “ ผัดหมี่ฮ่องกง ” นั้นทำได้ง่ายๆในวันว่าง วันสุดสัปดาห์ เพราะว่าเมนูนี้ใช้เวลาจัดเตรียมและก็ลงมือกระทำไม่ถึง 1 ชั่วโมง วันนี้เรามาเปิดสูตรผัดหมี่ฮ่องกง ซึ่งสามารถทำทานเองได้ง่ายๆที่บ้าน ไม่ต้องไปกินที่อื่น ถือได้ว่าเป็นการตัดปัญหารถติดอีกวิธีนึงเลยล่ะค่ะ ถ้าเช่นนั้นเรามาดูวัตถุดิบแล้วก็ขั้นตอนกันเลย

วันนี้เรามาเปิดสูตรผัดหมี่ฮ่องกง

ส่วนผสม

  • เส้นหมี่ซั่ว 200 – 300 กรัม
  • กุ้งสด 200 กรัม
  • แฮม 1 – 2 แผ่น
  • คะน้า 1 ถ้วย
  • กะหล่ำปลี 1 หัว
  • เห็ดหอมหั่นเป็นชิ้น 2 – 3 ดอก
  • แครอทเส้น 2 – 3 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอม 1 ต้น
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ

  • ขั้นตอนแรก จัดเตรียมส่วนผสมต่าง ๆ ให้พร้อม โดยการเตรียมผัก หั่นแครอทและแฮมให้เป็นเส้นยาว
  • ตั้งหม้อรอจนน้ำเดือดเพื่อที่จะลวกเส้นหมี่ซั่วให้พอสุก สำหรับเส้นควรลวกให้ไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป อย่าลืมคนให้เส้นคลี่ออกจากกัน เสร็จแล้วนำไปสะเด็ดน้ำออก พักทิ้งไว้ได้เลย สำหรับบางคนสามารถเลือกใช้ที่ตักเส้นหมี่เพื่อป้องกันเส้นขาดระหว่างนำมาใส่ภาชนะได้
  • ตั้งกระทะให้ร้อนแล้วใส่น้ำมันพืชลงไปเล็กน้อย เมื่อน้ำมันเริ่มร้อน ให้นำกุ้งและแฮม ใส่ไปผัดลงในกระทะ
  • เมื่อทั้งกุ้งและแฮมเริ่มสุก นำผักคะน้า กะหล่ำปลี ใส่ลงไปผัดต่อ แล้วตามด้วยเห็ดหอม แครอท และต้นหอม ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว เพื่อที่จะทำให้ผัดหมี่มีรสชาติและไม่แห้งจนเกินไป
  • ใส่เส้นหมี่ซั่วในขั้นตอนสุดท้ายแล้วนำมาผัดคลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าใครชอบรสชาติกลมกล่อมก็สามารถเติมน้ำตาลเข้าไปเพิ่มได้ในขั้นตอนนี้ เมื่อพร้อมแล้วก็ตักใส่จานได้เลย

เป็นยังไงบ้างค่ะกับ “ผัดหมี่ฮ่องกง” เมนูนี้ง่ายดายมากเลยแถมยังอร่อยสุดๆไปเลยนะ อย่ามัวคอยช้า

“แซลมอนกะเพรากรอบ” อร่อย เด็ด ต้องบอกต่อ

แซลมอนกะเพรากรอบ

วันนี้สาวกผัดกะเพราต้องห้ามพลาด กับเมนู ” แซลมอนกะเพรากรอบ ” ที่นำเอาเนื้อปลาแซลมอน มาหั่นเป็นชิ้นพอดิบพอดีคำ แล้วค่อยนำไปผัดคละเคล้ากับใบกะเพราหอมๆบอกเลยว่าเนื้อของปลาแซลมอน รวมทั้งใบกะเพราหอมเข้ากันสุดๆยิ่งเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆแล้วล่ะก็ อร่อยเด็ดอย่าบอกคนไหนเชียวล่ะ แถมวิธีการทำแสนง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก จะต้องอร่อยคนภายในบ้าน พร้อมขึ้นแท่นเป็นจานโปรดประจำบ้านอย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าหากเตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้ว ไปทำตามกันเลย

แซลมอนกะเพรากรอบ

ส่วนผสม

  • เนื้อปลาแซลมอน 120 กรัม
  • กระเทียมบด 2 ช้อนชา
  • พริกจินดาแดงบด 2 ช้อนชา
  • ใบกะเพรา 1 หยิบมือ
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นแฉลบ 1/2 เม็ด
  • น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนชา
  • น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมัน 1½ ช้อนโต๊ะ
  • แป้งสาลี

วิธีทำ

  • นำเนื้อปลาแซลมอน มาล้างและซับให้แห้ง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอดีคำ จากนั้นนำไปคลุกกับแป้งสาลีให้ทั่ว แล้วพักไว้
  • เตรียมน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นแบ่งใบกะเพรามาทอดกรอบสำหรับตกแต่งจาน
  • ใส่ชิ้นปลาแซลมอน ที่คลุกแป้งเรียบร้อยแล้ว ลงไปทอดจนเหลืองสุก จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
  • เติมน้ำมันใส่กระทะ ตั้งไฟให้ร้อน ใส่กระเทียม และพริกลงไปผัดให้เหลืองหอม
  • เติมเครื่องปรุง น้ำมันหอย น้ำปลา น้ำตาล และน้ำลงไป ผัดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
  • ใส่ชิ้นปลาที่ทอดไว้ลงไปคลุกเคล้ากับส่วนผสมที่ผัดไว้อย่างเบามือ เติมพริกชี้ฟ้า และใบกะเพรา ผัดให้เข้ากัน แล้วปิดไฟ
  • ตักใส่จาน โรยหน้าตกแต่งด้วยใบกะเพราทอดที่เตรียมไว้ เท่านี้เมนู “แซลมอนกะเพรากรอบ” ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วค่ะ

รู้แบบนี้แล้ว คนไหนที่ชื่นชอบทานผัดกะเพราแต่ว่าเขี่ยใบกะเพราออกไปไว้ด้านข้างจาน จะต้องลองพิจารณากันใหม่แล้วจ้ะ และก็สำหรับคนไหนที่ต้องการลองทำเมนู “แซลมอนกะเพรากรอบ” ทานเองง่ายๆที่บ้าน

เมนูทานง่าย “วุ้นเส้นผัดชะอมกุ้งสด” อร่อยแบบไทย ๆ

อร่อยแบบไทยๆ

สูตรเด็ดจานเด็ดวันนี้ ขอเสนอเมนูอาหารที่ทานง่าย งานเพลินกับเมนู ” วุ้นเส้นผัดชะอมกุ้งสด ” อร่อยแบบไทยๆ คนไหนจะพลาด ว่าแต่มีอะไรอยู่ในจานนี้ แล้วจะต้องทำอะไรบ้าง ตามมามองวิธีการทำไปพร้อมเพียงกันได้เลย

อร่อยแบบไทยๆ “วุ้นเส้นผัดชะอมกุ้งสด”

ส่วนผสม

  • วุ้นเส้นแช่น้ำให้นุ่ม 1 ถ้วย
  • กุ้งสด 300 กรัม
  • ใบชะอม  1 ถ้วย
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนชา
  • พริกขี้หนูซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • น้ำมันหอย 2 ช้อนชา
  • ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่นเล็กน้อย
  • น้ำมันพืช 2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • นำเครื่องปรุงใส่ชามผสมรวมกัน (น้ำตาล ซอสปรุงรส น้ำมันหอย) ใส่ถ้วยพักไว้
  • ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันพืชและกระเทียมสับ ตามด้วยพริกซอย ผัดให้มีกลิ่นหอม
  • จากนั้นให้ใส่ กุ้งสด ลงไปผัดให้พอสุก ตัวกุ้งจะเริ่มมีสีเหลืองส้มน่ารับประทาน
  • ขั้นตอนต่อไปให้ตอกไข่ใส่ลงไปผัดคั่วกับกุ้งให้ไข่พอสุก อย่าผัดจนไข่สุกเกินไปเพราะจะทำให้รสชาติของไข่กระด้างเกินไป
  • เมื่อผัดกุ้งกับไข่เข้ากันแล้วให้ใส่วุ้นเส้นตามลงไปผัดในกระทะ
  • ใส่เครื่องปรุงที่ผสมเข้าไว้ด้วยกัน ตามด้วย ใบชะอม ที่เด็ดไว้ ผัดให้ทั่วกันอีกครั้ง
  • ตักใส่จาน แล้วโรยพริกไทยเล็กน้อย พร้อมเสิร์ฟเมนูนี้ได้เลย

“ต้มจืดเงาะสอดไส้” คาวเจอะหวาน ในจานเดียวกันกันเป็นยังไง ต้องลอง

ต้มจืดเงาะสอดไส้

“ ต้มจืดเงาะสอดไส้  ” จัดเมนูแกงจืดร้อนๆที่เลือก “เงาะ” มาเป็นวัตถุดิบหลัก เพิ่มรสสัมผัสใหม่ให้ เมนูแกงจืด ไม่ไม่จำเจอีกต่อไป แถมยังเข้ากันกับหมูสับแต่งรสแสนอร่อย มองเห็นแล้วต้องการจะซดขึ้นมาในทันทีแน่ๆๆ งานนี้เรามาจัดเตรียมวัตถุดิบ และก็มองวิธีการทำกันดีกว่า

ต้มจืดเงาะสอดไส้

ส่วนผสม

  • เงาะ 200 กรัม
  • หมูสับ 100 กรัม
  • วุ้นเส้น 1 กำมือ
  • หัวไชเท้า 1/2 หัว
  • เห็ดหูหนู 100 กรัม
  • แครอท 50 กรัม
  • รากผักชี 3 ต้น
  • ขึ้นฉ่าย 2 ต้น
  • ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
  • น้ำตาลทราย 1 1/2 ช้อนชา

วิธีทำ

  • ล้างผักต่าง ๆ ให้สะอาด จากนั้นปอกเปลือกหัวไชเท้า และแครอทให้เรียบร้อย หั่นไชเท้าเป็นแว่น ๆ ส่วนแครอทหั่นเป็นแว่นสำหรับใส่ในแกง และแบ่งอีกส่วนหนึ่งหั่นเป็นชิ้นเต๋า เอาไว้สำหรับผสมกับเนื้อหมู
  • ปอกเปลือกเงาะให้เรียบร้อย โดยใช้มีดกรีดด้านข้าง ไม่ต้องกรีดจนถึงปลายขั้วมาก เมื่อควักเม็ดออกแล้วก็ทำจนครบตามจำนวนแล้วให้พักใส่จานไว้ก่อน จากนั้นนำวุ้นเส้น มาหั่นให้สั้นลง เอาไว้สำหรับคลุกกับเนื้อหมู
  • เตรียมชามผสม จากนั้นใส่หมูสับ แครอท วุ้นเส้น และซอสปรุงรส คลุกเคล้าส่วนผสมต่าง ๆ ให้เข้ากัน
  • เมื่อเราได้หมูสับปรุงรสแล้ว ก็นำมายัดไส้ใส่ในเงาะกันเลย โดยใช้ช้อนตักหมูสับปรุงรสแล้วยัดลงไปในเนื้อเงาะ โดยไม่ต้องใส่ล้นมาก เวลาเอาไปต้มเนื้อจะได้ไม่แตก
  • เมื่อเรายัดไส้เงาะเสร็จแล้ว ก็เตรียมตั้งหม้อกันได้เลย โดยเริ่มจากใส่น้ำเปล่า รากผักชี และหัวไชเท้า จากนั้นต้มจนน้ำเดือด ในระหว่างนั้นให้ตักฟองออกจากหม้อไปพลาง ๆ ด้วย
  • นำเงาะยัดไส้ลงไปต้มในหม้อ ใส่แครอท และเห็ดหูหนูตามลงไป เพิ่มรสชาติด้วยซอสปรุงรส และน้ำตาลทราย แล้วใส่ขึ้นฉ่ายเป็นอันดับสุดท้าย เมื่อหมูสุกดีแล้วให้ปิดเตาแล้วตักแบ่งใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟตอนร้อน ๆ ได้เลย!

เสร็จแล้วกับถ้วยนี้ “ต้มจืดเงาะสอดไส้” กินแล้วคล่องคอแถมยังเข้ากันแบบสุดๆคนไหนเบื่อแกงจืดเดิมๆลองหันมาใช้ผลไม้ไทยๆมาเพิ่มรสชาติอปลกใหม่ๆในจานอาหารคาวกันบ้างนะ