กล้วยน้ำว้า สมุนไพร ประโยชน์และสรรพคุณของกล้วยน้ำว้ามีอะไรบ้าง

กล้วยน้ำว้า พืชเศษฐกิจ สรรพคุณของกล้วยน้ำว้า ช่วยสมานแผล ยาระบาย รักษาเบาหวาน รักษาโรคกระเพาะ ลำไส้อักเสบ แก้ท้องเสีย ท้องร่วง

กล้วยน้ำว้า เป็นไม้ล้มลุก จะมีลำต้นขนาดใหญ่ ความสูงประมาณ 3-4 เมตร ใบใหญ่เป็นแผ่นยาว มีสีเขียว เส้นของใบจะขนานกัน แกนใบจะเห็นชัดเจน ดอกกล้วยน้ำว้า มีลักษณะห้อยย้อยลงมายาวประมาณ 60 เซ็นติเมตร เรียกว่า หัวปลี ผลกล้วย เป็นหวี เครือหนึ่งจะมีประมาณ 7-8 หวี เมื่อออกผลใหม่จะมีสีเขียว และเมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง กล้วยหนึ่งต้นจะให้ผลครั้งเดียวจากนั้นจะตาย การขยายพันธุ์ของกล้วย ใช้การแยกหน่อ

คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยน้ำว้า

จากการศึกษาผลกล้วยน้ำว้า พบว่า ให้พลังงาน 85 แคลอรี่ และ มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย น้ำ 75.7 กรัม โปรตีน 1.1 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 22.2 กรัม เถ้า 0.8 กรัม แคลเซียม (Ca) 8.0 กรัม เหล็ก (Fe) 0.7 มิลลิกรัม โพแทสเซียม (K) 370 มิลลิกรัม แมกนีเซียม (Mg) 33 มิลิกรัม วิตามินเอ 190 IU วิตามินซี 10 มิลลิกรัม ไทอามีน (Thiamine) 0.05 มิลลิกรัม ไรโบฟลาวิน (Riboflavin) 0.06 มิลลิกรัม และไนอาซีน (Niacin) 0.7 มิลลิกรัม

สรรพคุณของกล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้าเมื่อเทียบกับกล้วยหอมและกล้วยไข่ กล้วยน้ำว้าจะให้พลังงานมากที่สุด กล้วยน้ำว้าห่ามและสุกมีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง มีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซีช่วยบำรุงกระดูก ฟัน และเหงือกให้แข็งแรง ช่วยให้ผิวพรรณดี มีเบต้าแคโรทีน ไนอาซีนและใยอาหาร ช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องขึ้น กินกล้วยน้ำว้าสุก จะช่วยระบายท้องและสามารถรักษาโรคเลือดออกตามไรฟันในเด็กเล็กได้ ช่วยลดอาการเจ็บคอ เจ็บหน้าอกที่มีอาการไอแห้งร่วมด้วย โดยกินวันละ 4-6 ลูก แบ่งกินกี่ครั้ง ก็ได้ กินกล้วยก่อนแปรงฟันทุกวันจะทำให้ไม่มีกลิ่นปาก และผิวพรรณดี เห็นผลได้ใน 1 สัปดาห์ กล้วยน้ำว้าดิบและห่ามมีสารแทนนิน เพคตินมีฤทธิ์ฝาดสมาน รักษา อาการท้องเสียที่ไม่รุนแรงได้ โดยกินครั้งละครึ่งผล หรือ 1 ผล อาการท้องเสียจะทุเลาลง นอกจากนี้จากการศึกษาวิจัยยังพบว่า มีผลในการรักษาโรคกระเพาะได้อีกด้วย การนำกล้วยน้ำว้ามาใช้ประโยน์ทางสมุนไพร สามารถนำ ผล หัวปลี และหยวกกล้วย มาใช้ได้ ดังนี้

กล้วยน้ำว้า

  • ผลดิบของกล้วยน้ำว้า นำมารับประทาน แก้ท้องเสีย
  • ผลสุกของกล้วยน้ำว้า นำมารับประทาน เป็นยาระบาย
  • ยางของกล้วยน่ำว้า สามารถทำมาทาแผล ใช้เป็นยาสมานแผลห้ามเลือดได้ดี
  • หัวปลี นำมารับประทาน ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับลำไส้ แก้โรคโลหิตจาง ลดน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาเบาหวานได้

ประโยชน์ของกล้วย

  1. กล้วยก็สามารถนำมาทำเป็นมาส์กหน้าได้เหมือนกันนะ โดยจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว ช่วยลดความหยาบกร้านของผิว วิธีง่าย ๆ เพียงแค่ใช้กล้วยสุกหนึ่งผลมาบดให้ละเอียด แล้วเติมน้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ จากนั้นคลุกให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก
  2. เปลือกกล้วยสามารถแก้ผื่นคันที่เกิดจากยุงกัดได้ ด้วยการลองใช้ด้านในของเปลือกกล้วยทาบริเวณที่ถูกยุงกัด อาการคันจะลดลงไปได้ระดับหนึ่ง
  3. เปลือกด้านในของกล้วยช่วยในการรักษาโรคหูดบนผิวหนังได้ โดยใช้เปลือกกล้วยวางบนลงบริเวณหูดแล้วใช้เทปกาวแปะไว้
  4. เปลือกกล้วยด้านในช่วยฆ่าเชื้อที่เกิดจากบาดแผลได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อแปะที่บาดแผลแล้วก็ควรจะเปลี่ยนเปลือกใหม่ทุก ๆ 2 ชั่วโมงด้วย
  5. ยางกล้วยสามารถนำมาใช้ในการห้ามเลือดได้
  6. ก้านใบตอง ช่วยลดอาการบวมของฝี แต่ก่อนใช้ต้องตำให้แหลกเสียก่อน
  7. ใบอ่อนของกล้วย หากนำไปอังไฟให้นิ่ม ก็ใช้ประคบแก้อาหารเคล็ดขัดยอกได้
  8. หัวปลีนำมารับประทานเพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด รวมทั้งบำรุงและขับน้ำนมสำหรับมารดาหลังคลอดบุตร
  9. ผลดิบนำมาบดให้ละเอียดทั้งลูกผสมกับน้ำสะอาด รับประทานเพื่อแก้อาการท้องเสีย
  10. ใบตอง อีกส่วนที่นำมาใช้ประโยชน์กันอย่างมาก เช่น ทำกระทง ห่อขนม ห่ออาหาร ทำบายศรี บวงสรวงต่าง ๆ

ฟักทอง สมุนไพร พืชสวนครัว ประโยชน์และสรรพคุณของฟักทอง

ฟักทอง คือ พืชล้มลุก เป็นผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร สรรพคุณของฟักทอง ช่วยควบคุมน้ำหนัก บำรุงผิว ป้องกันมะเร็ง ยาถ่ายพยาธิ ขับปัสสาวะ รักษาหอบหืด

ฟักทอง  ชื่ออื่นของฟักทอง เช่น หมากอึ มะฟักแก้ว มะน้ำแก้ว น้ำเต้า หมักอื้อ หมากฟักเหลือง เหลืองเคล่า หมักคี้ล่า ฟักทอง นิยมนำมาทำเป็นส่วนประกอบของ อาหาร ตัวอย่าง อาหารเมนูฟักทอง เช่น แกงเผ็ดเนื้อใส่ฟักทอง แกงเลียง ฟักทองผัดไข่ ส่วนของหวานก็มี สังขยาฟักทอง ขนมฟักทอง บวดฟักทอง ฟักทองนึ่ง ฟักทองเชื่อม เป้นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของฝักทอง

นักโภชนาการได้ศึกษาผลฟักทอง ขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงาน 26 กิโลแคลอรี มีสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ประกอบด้วย
คาร์โบไฮเดรต 6.5 กรัม น้ำตาล 2.76 กรัม กากใยอาหาร 0.5 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม โปรตีน 1 กรัม วิตามินเอ 476 ไมโครกรัม เบตาแคโรทีน 3,100 ไมโครกรัม ลูทีนและซีแซนทีน 1,500 ไมโครกรัม วิตามินบี 1 0.05 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.11 มิลลิกรัม วิตามินบี 3 0.6 มิลลิกรัม วิตามินบี 5 0.298 มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.061 มิลลิกรัม วิตามินบี 9 16 ไมโครกรัม วิตามินซี 9 มิลลิกรัม วิตามินอี 0.44 มิลลิกรัม วิตามินเค 1.1 ไมโครกรัม ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม ธาตุแมงกานีส 0.125 มิลลิกรัม ธาตุฟอสฟอรัส 44 มิลลิกรัม ธาตุโพแทสเซียม 340 มิลลิกรัม ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม และ ธาตุสังกะสี 0.32 มิลลิกรัม

ฟักทอง

ลักษณะของต้นฟักทอง

ต้นฟักทอง จัดว่าเป็น ไม้ล้มลุก ลักษณะของลำต้น ใบ ดอก และ ผลมีดังนี้

  • ลำต้นฟักทอง ลักษณะลำต้นเป็นเถาเลื้อยไปตามพื้นดิน นิยมปลูกริมรั้ว เถาของฟักทองมีขนาดยาว ใหญ่ และมีขน ปกคลุม สีเขียว
  • ใบของฟักทอง เป็นใบเดี่ยว ใบของฝักทองมีแผ่นใหญ่สีเขียว แยกออกเป็น 5 หยักและมีขนสาก ๆ
  • ดอกของฟักทอง จะออกดอกเดี่ยวตามง่ามใบ และที่ส่วนยอดของเถาฟักทอง ลักษณะของดอกเป็นรูประฆังสีเหลือง
  • ผลของฟักทอง มีขนาดใหญ่ ลักษณะกลมแบน เปลือกของฟักทองจะแข็ง ผิวขรุขระ มีทั้งสีเขียวหรือสีน้ำตาล เนื้อของผลฟักทองมีสีเหลือง เมล็ดของฟักทองมีสีขาว

สรรพคุณของฟักทอง

สำหรับสรรพคุณทางด้านสมุนไพรไทยของฟักทอง สามารถใช้ประโยชน์ ทั้ง ใบ ดอก เมล็ด ราก และ ผล มีรายละเอียด ดังนี้

  • ใบของฟักทอง วิตามินซีสูงเหมือเนื้อฟักทอง นอกจากวิตามินซีแล้ว ยังมีฟอสฟอรัสสูง
  • ดอกของฟักทอง มีวิตามินเอ แคลเซียม และฟอสฟอรัส สูงและวิตามินซีเล็กน้อย
  • เมล็ดฟักทอง มีคาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส โปรตีนและวิตามิน มีสารคิวเคอร์บิตาซิน (Cucurbitacin) สามรถกำจัดพยาธิตัวตืด ช่วยขับปัสสาวะ ป้องกันการเกิดนิ่ว และป้องกันมะเร็งกระเพาะปัสสาวะ เมล็ดดอกฟังทอง

พรม ในบ้าน-ห้องพักโรงแรม-ออฟฟิศ สกปรกมาก แค่ไหน ?

พรม

พรม อาจจะเป็นเรื่องโชคดีที่บ้านเราอาจไม่ค่อยนิยมใช้พรมในการปูพื้นสักเท่าไร แต่หากเป็นพรมขนาดเล็กในห้องนอน หรือห้องพักโรงแรมที่ตกแต่งในสไตล์ยุโรป กลับมีอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่เราคิด

พรม ขนาดเล็กในห้องนอน หรือห้องพักโรงแรมที่ตกแต่งในสไตล์ยุโรป หรือมีโอกาสได้ไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ พื้นพรมคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก และวัยทำงานที่ใช้ชีวิตอยู่ในออฟฟิศปูพรมก็คงจะเคยชิ้นกับพื้นนุ่มๆ นี้กันอยู่แล้ว แต่พื้นพรมนุ่มสบายเท้า และเพิ่มความสวยงามให้กับห้อง แหล่งรวมสิ่งสกปรกมหาศาล หากไม่ทำความสะอาดให้ดี

1.หนังกำพร้า

อ่านแล้วอาจจะรู้สึกสยอง แต่พบหนังกำพร้ามนุษย์บนพื้นพรมมากมายนับไม่ถ้วน Phillip Tierno ศาสตราจารย์ประจาควิชาจุลชีววิทยา และพยาธิวิทยา มหาวิทยาลัย NYU Langone Health ระบุว่า “เราผลัดเซลล์ผิวออกมาในรูปของหนังกำพร้าทุกๆ วันโดยอัตโนมัติ” หนังกำพร้าเหล่านี้อาจมีขนาดเล็กมากจนไม่ทันสังเกตเห็น แต่หนังพวกนี้เป็นแหล่งอาหารของไรฝุ่นเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกที่พรมจะเป็นแหล่งสะสมไรฝุ่นชั้นดีที่สุดอย่างหนึ่งภายในห้องเลยทีเดียว

2.ชิ้นส่วนของซากแมลงที่ตายแล้ว

ไม่ว่าจะมด แมลงสาบ แมลงหวี่ แมลงวัน ยุง แมงมุม และอีกหลากหลายสิบหลายร้อยแมลง สามารถพบได้ในพรมเหล่านี้ ยิ่งพรมที่มีเนื้อหยาบ ก็ยิ่งเป็นแหล่งสะสมชั้นดีของเหล่าซากสัตว์ขนาดเล็กได้มาก ที่แย่คือเรามักมองไม่ค่อยเห็น หากบังเอิญผิวหนังของเราไปสัมผัสกับพรมที่มีซากแหลงเหล่านี้ ใครที่มีอาการแพ้ก็อาจเกิดผื่นคันโดยไม่รู้ตัวได้ มากไปกว่านั้นหากมือสัมผัสพรมเหล่านั้นแล้วมาสัมผัสอาหาร เราอาจทานอาหารที่ติดเชื้อโรคเข้าไปได้โดยไม่รู้ตัว

3.สารคัดหลั่งจากร่างกาย

ที่น่าอันตรายเป็นอันดับต้นๆ ของพรม นอกจากเรื่องฝุ่น และแมลงแล้ว พรมยังเป็นแหล่งสะสมของสารคัดหลั่งจากร่างกายมนุษย์ที่เต็มไปด้วยเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียมากมายที่ยากต่อการกำจัด หากมีคนไอ หรือจามแรงๆ สารคัดหลั่งที่ออกมาจากปาก หรือจมูกของคนเหล่านั้นอาจกระจายลงสู่พื้นพรมได้ง่ายๆ และมีโอกาสที่เราจะติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสเหล่านั้นจากการสัมผัส เช่น มือสัมผัสพื้น เท้าสัมผัสพื้นแล้วเอามือมาจับเท้าอีกที เชื้อติดรองเท้าแล้วส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายสัมผัสรองเท้า หรือวางปลั๊กไฟ และกระเป๋าลงบนพื้นแล้วมือหยิบของเหล่านั้นอีกครั้ง ฯลฯ หลากหลายสถานการณ์ที่ทำให้เราสัมผัสกับเชื้อโรคเหล่านี้จากพื้นพรมได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้นพรมจึงเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคต่างๆ โดยเฉพาะเชื้อโรคติดต่ออย่างหวัดได้เป็นอย่างดี

พรม

4.เชื้อรา

ความชื้นจากรองเท้าที่ย่ำน้ำเข้ามาในห้อง ความชื้นจากห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศไม่แรงมากพอ รวมไปถึงปัจจัยหลายๆ อย่างที่ทำให้อุณหภูมิห้องเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อรา พรมจะเป็นส่วนที่เพาะพันธุ์เชื้อราได้มากที่สุด เพราะความหนา และกักเก็บอุณหภูมิความชื้นได้ดี จึงทำให้พรมที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดมากพอเกิดเชื้อราขึ้นได้ง่ายๆ

5.เศษอาหาร

ไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราจะทานอาหารในห้องที่มีพรม และไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกันที่จะมีเศษอาหาร หรือเศษขนมอย่าง ขนมปังกรอบ มันฝรั่งกรอบ เกล็ดน้ำตาล ผงปรุงรสจากขนมต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นพรม และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการทำความสะอาด อาหารเหล่านี้ก็จะมีเชื้อแบคทีเรียก่อตัวขึ้นในเวลาไม่นาน เป็นแหล่งเชื้อโรคดีๆ ในเวลาสั้นๆ ได้

วิธีทำความสะอาดพรมที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่อันตรายต่อสุขภาพ

  • ควรทำความสะอาดพรมทันทีที่พบเห็นสิ่งสกปรกอย่างชัดเจน เช่น ทำอาหารหกใส่ หรือพบเห็นซากแมลงขนาดใหญ่ตายบนพรม
  • ควรใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดพรมทุกสัปดาห์เป็นอย่างน้อย แต่ก็สามารถดูดฝุ่นทุกวันได้หากเป็นห้องที่มีผู้อาศัยอยู่ร่วมด้วยจำนวนมาก
  • หากเป็นพรมขนาดไม่ใหญ่มาก เช่น พรมเช็ดเท้า แล้วสามารถซัก-ตากได้เอง ควรซักพรมทุกๆ 1-2 เดือน แต่หากเป็นพรมขนาดใหญ่ ควรใช้บริการรับจ้างซักพรมจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
  • การซักพรมด้วยตัวเอง ควรซักในน้ำยาซักผ้ากับน้ำอุ่น (ไม่เกิน 40 องศาเซลเซียส) ใช้แปรงขัดผ้าขัดเป็นวงให้ทั่วๆ พรม ล้างน้ำสะอาด แล้วใช้ผ้าสะอาดซับน้ำออกจากพรมให้ได้มากที่สุด ก่อนจะนำไปตากแห้งกับแสงอาทิตย์ หากไม่สามารถยกพรมออกจากพื้นได้ ควรเปิดประตูหน้าต่างภาบในบ้าน ให้ลมพัดโกรกภายในบ้าน และอาจเปิดพัดลม หรือใช้ไดร์เป่าผมในบางจุดที่ลมพัดไม่ถึง หรือพรมมีความหนามากเป็นพิเศษได้
  • คราบน้ำบนพรม หรือส่วนของพรมที่มีกลิ่นเหม็นอับชื้น สามารถทำความสะอาดได้ โดยใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ที่มีประสิทธิภาพในการซับน้ำ ค่อยๆ ซับน้ำบนพรมโดยไม่ต้องขยี้ หรือถูแรงเกินไป เพราะอาจทำให้พรมเสียสภาพ แล้วใช้ผงฟู หรือเบกกิ้งโซดาโรยบนคราบนั้น แล้วทิ้งไว้ 30 นาที – 1 ชั่วโมง ก่อนใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดอีกครั้ง
  • หากพรมเสื่อมสภาพ ควรเปลี่ยนใหม่ให้เรียบร้อย

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

สูตรอาหาร ซี่โครงหมูผัดตะไคร้ อาหารไทย เมนูหมูผัดหอมตะไคร้

สูตรอาหาร

สูตรอาหาร ซี่โครงหมูผัดตะไคร้ คือ อาหารไทย เมนูผัด เมนูซี่โครงหมู วิธีทำซี่โครงหมูผัดตะไคร้ ง่ายๆสามารถทำกินเองที่บ้านได้

สูตรอาหาร เมนูอาหารยอดนิยมสำหรับวันนี้ ขอนำเสนอ เมนูหมูผัด คือ ซี่โครงหมูผัดตะไคร้ เคล็ดลับความอร่อย ของเมนูนี้ อยู่ที่ การเลือกวัตถุดิบคถณภาพ มีความสดใหม่ ซี่โครงหมูต้องอ้วนๆ เนื้อเยอะๆ เทคนิคการผัดซี่โครงและ การปรุงรสให้ส่วนผสมอร่อยกลมกล่อม วิธีทำซี่โครงหมูผัดตะไคร้ ส่วนผสมและขั้นตอนการทำเข้าใจง่าย เหมาะสำหรับคนรักการทำอาหาร เมนูหมู

ส่วนผสมสำหรับทำซี่โครงหมูผัดตะไคร้

  • ซี่โครงหมูหั่นเป็นท่อนขนาดพอดีคำ 1 จาน
  • ตะไคร้ซอย 2 ต้น
  • กระเทียมสดบด 1 ช้อนโต้ะ
  • ใบมะกรูดซอย 4-5 ใบ
  • พริกขี้หนูสวนบุบ 4-5 เม็ด
  • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ
  • ซอสเห็ดหอม 2 ช้อนโต้ะ
  • ซีอิ้วดำ 1 ช้อนชา
  • ซอสน้ำมันหอย 1 ช้อนโต้ะ
  • น้ำมันพืชสำหรับผัด 2 ช้อนโต้ะ

สูตรอาหาร

วิธีทำซี่โครงหมูผัดตะไคร้

  • เริ่มจาก ตั้งกระทะน้ำมันความร้อนปานกลาง ใส่ ใบมะกรูด กระเทียมและตะไคร้ลงไปผัด ผัดให้กระเทียมเหลืองส่งกลิ่นหอม
  • ใส่ซี่โครงหมูลงไปผัด ผัดให้ซี่โครงหมูคลุกเคล้ากับกระเทียม ใบมะกรูดและตะไคร้ ให้ซี่โครงหมูสุก เมื่อซี่โครงหมูสุก
  • ปรุงรสด้วย ซอสน้ำมันหอย ซอสเห็ดหอม ซีอิ้วดำและ น้ำตาล เติมน้ำลงไปนิดหน่อย จากนั้นผัดไปเรื่อยๆ จนน้ำซอสแห้ง
  • ใส่พริกขี้หนูสวนลงไปผัด จากนั้น เสริฟใส่จานพร้อมรับประทานได้

เคล็ดลับการทำซี่โครงหมูผัดตะไคร้

  • ซี่โครงหมู ให้เลือกซี่โครงหมูที่อ้วนๆ เนื้อเยอะๆ ซี่โครงหมูที่เนื้อเยอะ เวลากินจะได้อร่อยๆ ได้สัมผัสของเนื้อมากๆ
  • ซี่โครงหมูให้เลือกแบบสดๆ ใหม่ หั่นเป็นท่อนที่มีขนาดพอดีกิน ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป
  • การผัดกระเทียม ตะไคร้ และ ใบมะกรูด จะทำให้น้ำมันมีกลิ่นหอม เวลานำซี่โครงหมูลงไปผัดจะได้มีความหอม
  • น้ำมันสำหรับผัด ให้เลือกใช้น้ำมันใหม่ที่ไม่ผ่านการผัด หรือ ทอดมาก่อน จึงจะได้อาหารที่รสอร่อย
  • สูตรนี้ สามารถใช้กับเนื้อสัตว์อื่นๆได้ สำหรับคนไม่ชอบกินเนื้อหมู ก็สามารถเปลี่ยนเป็น เนื้อไก่ เนื้อวัว กุ้ง ปลา หรือ ปลาหมึกก็ได้ แต่สำหรับปลาเนื้ออาจจะยุ่ยง่าย ต้องทอดก่อน จึงนำไปผัด
  • กระเทียม สามารถใช้ได้ทั้งกระเทียมไทยและกระเทียมจีน แต่หากใช้กระเทียมไทยจะหอมกว่ากระเทียมจีน
  • ตะไคร้ ให้ซอยบางๆ หากซอยหนา เนื้อตะไคร้จะหยาบ เวลากินไม่อร่อย เคี้ยวเมื่อยปาก

ขอบคุณแหล่งที่มา https://nlovecooking.com

ยำมะระกุ้งสด เมนูอาหารลดน้ำหนัก กินมื้อเย็นแบบไม่อ้วน

ยำมะระกุ้งสด  อาหารลดน้ำหนักสำหรับมื้อเย็น พ่วงด้วยสูตรน้ำยำรสเด็ดเข็ดฟัน จากมะระที่เคยขมจะแซ่บแบบหยุดไม่ได้ แถมแคลอรีต่ำกินเป็นมื้อเย็นได้ ไม่ต้องกลัวพลุ้ย

ยำมะระกุ้งสด   ใครกำลังควบคุมน้ำหนักอยู่บ้างเอ่ย เบื่อหรือยังกับเมนูผักต้มจิ้มน้ำพริก หรือแกงจืดต่าง ๆ นานา ลองเปลี่ยนรสชาติมากินอาหารแซ่บ ๆ อย่างเมนูยำกันบ้างดีกว่า เราขอนำเสนอวิธีทำยำมะระกุ้งสด หรือ ยำมะระทรงเครื่อง สูตรจากนิตยสารแม่บ้าน จับผักที่คุ้นเคยอย่างมะระจีน ผักเพื่อสุขภาพมาทำเมนูยำสุดจี๊ด โดยการทำยำมะระจีนสูตรนี้เอามะระไปลวกก่อนแล้วค่อยเอามาคลุกเคล้ากับน้ำยำ เพิ่มโปรตีนจากเนื้อไก่และกุ้งลงไป หน้าตาแจ่มว้าวจริง ๆ น้ำลายสอแล้วตอนนี้

ยำมะระกุ้งสด

ส่วนผสม ยำมะระกุ้งสด

• มะระจีนซอยบาง ๆ 1 ถ้วยตวง
• น้ำเปล่า
• น้ำเย็น
• น้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง
• เนื้ออกไก่สับ 1/2 ถ้วยตวง
• กุ้งสด 5-7 ตัว (ปอกเปลือกผ่าหลังดึงเส้นดำออก)
• กระเทียมสับ 2 ช้อนชา
• พริกขี้หนูแดงซอย 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 2 ช้อนชา
• น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดงซอย 3 ช้อนโต๊ะ
• ใบสะระแหน่ 10 ใบ
• ผักชีเด็ดเอาแต่ใบ 10 ใบ

วิธีทำยำมะระกุ้งสด

• 1. ต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่มะระลงลวกพอเปลี่ยนสี ตักขึ้นใส่น้ำเย็น สะเด็ดน้ำพักไว้

• 2. นำน้ำเปล่าประมาณ 1 ถ้วยตวง ใส่หม้อ ยกขึ้นตั้งไฟ นำเนื้อไก่สับและกุ้งสดลงไปลวกให้สุก ตักขึ้นพักไว้ให้เย็น

• 3. ทำน้ำยำโดยผสมกระเทียม พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว คนให้เข้ากัน

• 4. ใส่มะระลวก เนื้อไก่ลวก กุ้งลวก หอมแดง ลงไปในน้ำยำที่เตรียมไว้ ใส่ใบสะระแหน่และผักชี คลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

น้ำพริก ปลาแซลมอน เมนูมื้อเย็นที่กินแล้วไม่อ้วนประโยชน์แน่น

น้ำพริก

น้ำพริก ปลาแซลมอนสักถ้วยไหมคะ แคลอรีเบา ๆ เนื้อปลาแซลมอนเน้น ๆ จัดผักต้มผักลวกให้เยอะ ๆ กินเถอะ ไม่อ้วนแน่นอน

น้ำพริก ปลาแซลมอน  ตอนเย็นอยากเจริญอาหารแต่ก็ไม่อยากอ้วน เราเลยเลยอยากชวนเพื่อน ๆ มาทำน้ำพริกปลาแซลมอน เมนูน้ำพริกแคลอรีต่ำหอมอร่อยจากเครื่องที่คั่วเอง สูตรจาก ครัวตุ๊กตา สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ทำง่าย ๆ วัตถุดิบไม่กี่อย่าง เตรียมผักต้มผักลวกไว้ให้เยอะ ๆ รับรองอิ่มท้องแม้ไม่ต้องพึ่งข้าว เรามาดูวิธีทำกันเลยนะค่ะ รับรองทำไม่ยากแถมแซ่บมากเลยค่ะ

ส่วนผสมและเครื่องปรุง

• เนื้อปลาแซลมอน 200 กรัม
• พริกอ่อน 2 เม็ด
• พริกขี้หนู 10 เม็ด
• หอมแดง 5 หัว
• กระเทียม 10 กลีบ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

*รสชาติเพิ่มเติมตามแต่ชอบค่ะ*

น้ำพริก

วิธีทำน้ำพริกปลาแซลมอน

• นำพริกขี้หนู พริกอ่อย กระเทียม และหอมแดงไปย่างหรือคั่วในกระทะ ส่วนวันนี้ตาเอาไปใส่ในกระทะแล้วคั่วให้สุก ไหม้นิด ๆ จะได้หอม

• นำปลาแซลมอนไปย่าง หรือนาบกับกระทะแบบในภาพค่ะ (ส่วนพริกที่เห็นพอดีมีหลังบ้าน ก็เอามาทำน้ำพริกด้วยซะเลย)

• เมื่อย่างพริก หอม และกระเทียมจนสุกได้ที่แล้ว นำมาใส่ครกเลยค่ะ หอมมากมาย

• แล้วก็ตำค่ะ ตำให้ละเอียดแต่ไม่ต้องละเอียดมาก พอหยาบ ๆ

• นำเนื้อปลาแซลมอนมาใส่ครกตำด้วย

• ปรุงรสด้วยน้ำตาลทราย

• น้ำปลา

• เติมรสเปรี้ยวด้วยน้ำมะนาว

• ใช้ช้อนคนส่วนผสมให้เข้ากันดี ชิมรสตามชอบค่ะ

เสร็จแล้วค่ะ ไม่มีอะไรจะง่ายเท่าทำน้ำพริกปลาแซลมอนอีกแล้วค่ะ อร่อยด้วย เตรียมผักใส่จานรอไว้เลยค่ะ รับประทานกับข้าวเหนียวก็อร่อยค่ะ ลองทำกันดูนะคะ ขอบคุณที่แวะมาคุยกันค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

 …

ผักกาดขาว ลุยสวน แคลอรีต่ำพุงไม่ล้ำพร้อม วิธีทำ น้ำจิ้มสุดแซ่บ

ผักกาดขาว

ผักกาดขาว ลุยสวน ห่อหมูสับกับวุ้นเส้นและผักสมุนไพร พร้อมสูตรน้ำจิ้มรสเจ็บ ใครอยากพุงยุบมากินรัว ๆ กันเลย

ผักกาดขาว ลดน้ำหนักเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเมนูต้มจืด ผัดผักกาดขาวใส่วุ้นเส้น หรือผัดผักกาดขาวใส่ไข่ แต่ถ้าใครไม่ชอบอาหารจืดชืดกินแล้วฝืดคอ กระปุกดอทคอมขอนำเสนอวิธีทำผักกาดขาวลุยสวน สูตรจาก นิตยสารแม่บ้าน จับผักกาดขาวห่อหมูผสมวุ้นเส้น เติมผักตามชอบ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มลุยสวน

ส่วนผสม ผักกาดขาวลุยสวน

• ผักกาดขาว 1 หัว (เลือกต้นที่ใบใหญ่)
• น้ำมันรำข้าว 2 ช้อนโต๊ะ
• กระเทียมกลีบใหญ่ สับละเอียด 3 ช้อนโต๊ะ
• เนื้อสันในหมูบด 200 กรัม
• ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
• ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา
• พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา
• วุ้นเส้น (แช่น้ำให้นุ่ม หั่นท่อน) 100 กรัม
• แครอทสับ 1/2 ถ้วย
• เห็ดหูหนูดำซอยเส้น 1/2 ถ้วย
• ใบโหระพา 10 ใบ
• ใบสะระแหน่ 15 ใบ
• น้ำเปล่า
• เกลือป่นเล็กน้อย
• น้ำเปล่าผสมน้ำแข็ง

ผักกาดขาว

ส่วนผสม น้ำจิ้มลุยสวน

• รากผักชีซอย 2 ราก
• กระเทียมไทย 10 กลีบ
• พริกขี้หนูสวนสีเขียว 20 เม็ด
• น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำผักกาดขาวลุยสวน

1. เตรียมน้ำจิ้ม โดยโขลกรากผักชีกับกระเทียมให้แหลก ใส่พริกขี้หนูสวนลงไปโขลกให้ละเอียด ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา และน้ำตาลทราย ตักใส่ถ้วย เตรียมไว้
2. ตัดโคนผักกาดขาวและแกะใบผักกาดออกมาทีละใบ และต้มน้ำเปล่าให้เดือด ใส่เกลือป่นเล็กน้อย ใส่ใบผักกาดขาวลงลวกจนใบนิ่ม ตักขึ้นแช่น้ำเปล่าผสมน้ำแข็งเพื่อคงสีให้เขียวสด ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ
3. เตรียมผัดไส้ โดยตั้งกระทะใส่น้ำมันรำข้าวพอร้อน ใส่กระเทียมลงผัดพอหอม ใส่เนื้อหมูผัดให้สุก ปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม น้ำตาลทราย และพริกไทยป่น ผัดให้เข้ากัน
4. ใส่วุ้นเส้น แครอท และเห็ดหูหนูดำ ผัดจนส่วนผสมแห้งขึ้นเล็กน้อย ตักใส่ถ้วยพักไว้ให้เย็น
5. นำใบผักกาดขาวที่สะเด็ดน้ำแล้ววางลงบนเขียงสะอาด ตักไส้ที่ผัดไว้ใส่ตรงกลางใบ ใส่ใบโหระพา ใบสะระแหน่ อย่างละ 2-3 ใบ พับม้วนให้สวยงาม หั่นครึ่ง จัดเสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มลุยสวน

แค่เห็นภาพผักกาดขาวลุยสวนก็รู้เลยว่าต้องอร่อยแน่นอน อิ่มทั้งเนื้อสัตว์และผัก เพิ่มความแซ่บจากน้ำจิ้มลุยสวน ข้าวสวยไม่ต้องหุงรอ กินเพียว ๆ ก็อิ่มท้อง ลองกันเลยไหม ดูบอลออนไลน์

ขอบคุณแหล่งที่มา https://cooking.kapook.com

เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ถ่ายรูปติดวงไพ่บอกขำๆ เล่นแบบกินน้ำ

เอ-ศุภชัย

เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ก็มักจะขอแชะภาพเก็บไว้เสมอ แต่ล่าสุดก็ทำเอาโป๊ะแตกอย่างจัง มีตาดีสังเกตและแคปภาพที่เจ้าตัวได้ลงในโซเชียลของตนเอง แต่กลับลืมเช็คภาพข้างหลัง ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะมีการเล่นการพนันเกิดขึ้นหรือเปล่า

โดยงานนี้ เอ-ศุภชัย ได้ออกมาชี้แจงให้ฟังว่า งานนั้นเป็นงานเลี้ยงวันเกิดของเลขาตน ที่เบื้องหลังคือการเล่นไพ่แล้วกินน้ำเท่านั้น ไม่ได้มีการพนันอะไร ส่วนตัวก็ไม่ได้กลัวจะมีดราม่า เพราะปกติเป็นคนชอบถ่ายรูปอยู่หลัง พร้อมพูดขำๆ หากจะระวังก็คงให้คนที่เล่นกินน้ำระวังตัวกันเองมากกว่า

เอ-ศุภชัย ช่วงนี้มาสายเต้นเต็มตัว แถมยังแต่งชุดใหญ่มาก หลายคอนเซ็ปต์ ?

“ใช่ค่ะ พี่เอจ้างครูมาสอนที่บ้านเพราะว่าจัดสรรเวลาไปฟิตเนสได้ไม่ลงตัว แต่เราก็เพิ่มความสนุกในการเต้นให้มากขึ้นด้วยการ แต่งตัว แต่งหน้า ทำผม สุดท้ายตอนนี้เลยกลายเป็นว่าไปกันใหญ่ เพราะทุกคนที่มาเต้นก็แต่งตามกันหมด ซึ่งทุกชุดที่พี่เอใส่ พี่เอรู้คอนเซ็ปต์หน้างานหมดเลย ครูสอนเต้นไม่เคยบอกก่อน แต่มันก็เหมือนกับเราได้ปล่อยผีนะ สนุกสนานกันทุกคน ไม่เครียด (ยิ้ม)”

“พี่เอจ้างครูมาสอน ชั่วโมงละ 2,000 บาท จ้างมา 5 วันต่อสัปดาห์ และอีก 2 วันก็ให้ครูได้พักผ่อนบ้าง (หัวเราะ) ถามว่าเต้นแล้วผอมลงไหม พี่เอขอเป็นหมูที่แข็งแรงดีกว่า เพราะน้ำหนักไม่เคยชั่งเลย เสื้อผ้าอาจจะเล็กลงบ้าง เดินไกลๆ ก็ไม่เหนื่อยบ้าง แต่เรื่องน้ำหนักลดพี่เอไม่แน่ใจจริงๆ ดังนั้นถือว่าการออกกำลังกายก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงดีค่ะ”

“จริงๆ น้องอั้มเขาหัวเราะทุกวันเลยนะที่ดูคลิป เขาถามด้วยว่าทำไปได้ยังไง แต่เราก็บอกว่าสนุก สนุกดีค่ะ (หัวเราะ)”

เอ-ศุภชัย

เอ ศุภชัย ถามถึงภาพของเราที่หลายคนแคปทัน ซึ่งด้านหลังเหมือนว่าจะมีการเล่นพนันเกิดขึ้น ?

“อ๋อ เลขาพี่เอค่ะ เล่นกันเล่นๆ ค่ะ กินน้ำ (หัวเราะ) พี่เอก็ไม่รู้เหมือนกัน พอดีตอนนั้นพี่เอไปงานวันเกิดเลขา แต่น่าจะเป็นการเล่นกันสนุกๆ มั้งคะ เหมือนเราไปบ้านเขา และเขาก็ทำกิจกรรมโดยการกินน้ำกันก่อน ซึ่งตอนที่เราไปเราก็ไม่รู้ แต่อย่างที่บอกกินน้ำค่ะ (หัวเราะ)”

“ถามว่ากลัวดราม่าไหม ก็กินน้ำค่ะ กินน้ำ (หัวเราะ) เอาจริงๆ ชีวิตพี่เอก็ไม่ได้เป็นความลับนะ พี่เอถ่ายทุกๆ ที่ที่ พี่เอ ไป ทุกคนสามารถดูได้ในอินสตาแกรม ฉะนั้นคนที่กินน้ำก็ต้องระวังกันเอง (หัวเราะ)”

เอ ศุภชัย เรื่องนามสกุลของ เจมส์ มาร์ หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงต้องปกปิดความจริงช่วงแรก ?

“พี่เอขอพูดว่า ตัวเรารู้สึกภูมิใจที่เราได้เริ่มต้นจากศูนย์ด้วยกัน ซึ่งตัวน้องเจมส์เองเขาก็ไม่ได้อยากให้เราไปบอก หรือไปประกาศตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเป็นลูกหลานใคร เพราะเขาเองก็พอใจอยู่แล้วกับสิ่งนี้ และถามว่าถ้าหากวันนี้นักข่าวไม่รู้พี่เอจะเปิดเรื่องนี้ไหม เอ่อ…พี่เอมองว่าไม่เห็นจำเป็นจะต้องเปิดหรือปิดเลย เพราะยังไงน้องๆ ก็ต้องรู้อยู่แล้ว และที่สำคัญนามสกุล มาร์ ก็คือนามสกุลของเขาจริงๆ”

“ซึ่งเรื่องการที่น้องไม่ได้ใช้นามสกุลนั้นในวงการ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าทางพ่อแม่ของน้องเขาขอไว้นะคะ เป็นเรื่องส่วนตัวของน้องโดยแท้จริง และที่ผ่านมาครอบครัวน้องก็น่ารักมาโดยตลอด ให้เกียรติในการตัดสินใจและการทำงานของน้องทุกอย่างค่ะ”

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/news/7227583/

พิ้งกี้-ขวัญ-หยาด-รวมตัวเฉพาะกิจ มิตรภาพนางเอกเด็ก สู่ตัวแม่วงการบันเทิง

พิ้งกี้

พิ้งกี้-สาวิกา ไชยเดช, ขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์ และหยาดทิพย์ ราชปาล หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ดาราเด็กที่ดังเป็นพลุแตก

พิ้งกี้

พิ้งกี้ – สาวิกา ไชยเดช ต้องยกให้พวกเธอจริงๆ เพราะละครหลายเรื่องมักจะมีพวกเธอเข้าไปอยู่ในนั้นด้วยหน้าตาที่น่ารัก น่าเอ็นดู บวกกับฝีมือที่ฉายแววการเป็นนักแสดงอาชีพตั้งแต่เด็ก

ทำให้ครองใจแฟนคลับได้ไม่ยาก ปัจจุบันนี้ ทั้ง 3 สาว ก็ยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิง และอัพเลเวลฝีมือเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทไปแล้ว รวมไปถึงรูปร่างหน้าตา ที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ทำให้พวกเธอสวยสง่า หน้าเป๊ะกันทุกคน

ด้วยหน้าที่การงาน อาจจะทำให้ทั้ง 3 สาว ไม่ค่อยได้มีโอกาสเจอกันบ่อยนัก แต่ล่าสุด หยาดทิพย์ พิ้งกี้ และ ขวัญ ได้มาเจอกันที่งานอีเว้นท์งานหนึ่ง พร้อมกับถ่ายภาพด้วยกัน ทำให้บรรยากาศเก่าๆ หวนกลับมาให้หายคิดถึงได้เหมือนกัน

แต่จะว่าไป สาวๆ อดีตดาราเด็กยอดนิยมกลุ่มนี้ ที่ปัจจุบันคือนักแสดงตัวแม่ นับว่ามีหน้าตาที่ไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่ละคนราวกับถูกสต๊าฟไว้ ให้ดูเด็กอยู่เสมอ แม้จะอยู่ในวัย 30 ปี แล้วก็ตาม

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก https://www.sanook.com/news/7249046/

”โค้ชธง”พอใจนครปฐมลิ่วบอลถ้วยยักไหล่หากเจอทีมไทยลีก

ยังคงสร้างความเซอร์ไพรส์ได้แบบต่อเนื่องสำหรับพลพรรค ”เสือป่าราชา” นครปฐม ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงแห่งศึกไทยลีก 4 โซนตะวันตก

ที่นอกจากทำผลงานในลีกได้แบบสุดยอด ล่าสุดก็ตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในศึก ”เอฟเอ คัพ 2018” หลังจากที่เอา ข่าวฟุตบอล ชนะสุโขทัย เอฟซี ทีมในลีกสูงสุดไปแบบไม่ยาก 2-0

ไฮไลท์ฟุตบอล

ล่าสุดทาง ”โค้ชธง” ธงชัย สุขโกกี ออกมาแสดงความพอใจกับการลงเล่นกับทีมจากลีกสูงสุด พร้อมทั้งบอกว่า แทงบอลออนไลน์ ทีมมีความมั่นใจตั้งแต่ต้นฤดูกาล ไม่สนใจว่าจะเจอกับทีมจากลีกไหนหรืออันดับใด ก็พร้อมต่อกรกับทีมจากลีกสูงสุดในรอบต่อไป

”ก็ต้องยอมรับว่า เรื่องสปีดบอลหรือความแข็งแกร่งเรายังเป็นรองทีมในไทยลีกอยู่ แต่ในเรื่องยุทธวิธีเราทำได้ดีเลยทีเดียว ก็พอใจกับชัยชนะในการต่อกรกับทีมจากไทยลีก เราเองก็มั่นใจกันมาตั้งแต่ต้นซีซั่นแล้วว่า เราไม่สนหรอกว่าเราจะเจอกับใคร ทีมไหนหรือลีกใด รอบต่อไปก็ยินดีที่เราจะต้องเจอกับทีมจากลีกสูงสุด เราไม่ได้กังวลอะไร” ไฮไลท์ฟุตบอล